วันที่ 8 ต.ค. 69 พระราชสุทธิวัชรสุธี เจ้าอาวาสวัดสุทธิวราราม ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า เมื่อโรคฮิคิโคโมริ (Hikikomori) กำลังเข้าสู่วัดและสังคมไทย 3-4 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ที่วัดสุทธิวรารามได้มีคนที่มีลักษณะดังกล่าวมาขอบรรพชาอุปสมบท 3-4 ราย ด้วยทางญาติและผู้ที่ต้องการอุปสมบทมีความปรารถนาจะขออยู่แบบสงบเพื่อปลีกตัวออกจากสังคม ซึ่งแน่นอนว่าตามหลักพระพุทธศาสนาผู้ที่ต้องการหลีกลี้ออกจากการอยู่กับหมู่คณะ เอื้อประพฤติปฏิบัติธรรมถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายกย่องสรรเสริญ แต่ว่าเมื่อทำการบรรพชาอุปสมบทมาแล้ว 1 พรรษา หรือย่างเข้าสู่พรรษาที่ 2-3 ทางวัดก็เริ่มสังเกตเห็นว่า ท่านรูปนั้นมีอาการที่ปลีกตัวออกจากสังคมอย่างรุนแรง มีความสกปรก ทั้งตัวเอง และห้องที่พักอยู่อาศัย ทางวัดก็ตักเตือนให้ท่านยึดมั่นในเสขิยวัตรและกฎระเบียบของวัด ผลที่เกิดขึ้นก็ไม่สามารถแก้ไขได้ ท้ายที่สุดก็ต้องหาวิธีการรักษา
สำหรับภาพที่เห็น เป็นภาพห้องของพระที่ท่านป่วยโรคนี้ และตอนนี้กำลังกลับไปบำบัดรักษาที่ต่างจังหวัดเพื่อช่วยฟื้นฟู ก็หวังว่าหลักการทางพระพุทธศาสนา และกระบวนการฟื้นฟูด้วยความรักความเมตตา รวมทั้งการเอาใจใส่จากทุกฝ่ายจะช่วยแก้ไขโรคนี้ให้กับลูกหลาน และบุคคลในครอบครัวที่มีลักษณะแนวนี้เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ จากการศึกษาข้อมูลพบว่า ฮิคิโคโมริ (Hikikomori) เป็นภาวะที่บุคคลแยกตัวออกจากสังคมอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง โดยใช้เวลาอยู่แต่ในห้องหรือบ้านนานเกิน 6 เดือน ไม่เรียน ไม่ทำงาน และไม่ปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างชัดเจน โดยมักเกิดขึ้นในวัยรุ่นจนถึงวัยทำงานตอนต้น แม้จะพบมากในประเทศญี่ปุ่น แต่ในปัจจุบัน ภาวะนี้เริ่มปรากฏในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่เผชิญกับแรงกดดันทางการศึกษา เศรษฐกิจ หรือปัญหาภายในครอบครัว หรือการเสพติดกับเกมหรือโลกออนไลน์เป็นระยะเวลานานๆ

ส่วนสาเหตุของโรคฮิคิโคโมริ ความเครียดสะสมจากการเรียนหรือทำงาน ประสบการณ์ล้มเหลวหรือผิดหวัง ความคาดหวังจากครอบครัวหรือสังคม การถูกบูลลี่ หรือประสบการณ์ลบทางสังคม ภาวะซึมเศร้าหรือวิตกกังวลที่ไม่ได้รับการดูแล ปัญหาครอบครัวหรือขาดการสนับสนุนทางอารมณ์ หรือแม้กระทั่งการติดเกมและเสพติดโลกออนไลน์จนเกินไป

เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ