เดือดกลางรายการ! กู้ภัยยอมสารภาพความจริง วันที่เข้ารับตัวแม่ภัทรขึ้นรถตู้
เดือดกลางรายการ! กู้ภัยยอมสารภาพความจริง วันที่เข้ารับตัวแม่ภัทรขึ้นรถตู้
ข่าวสังคม - โซเชียล

เดือดกลางรายการ! กู้ภัยยอมสารภาพความจริง วันที่เข้ารับตัวแม่ภัทรขึ้นรถตู้

ฟังข่าวนี้

ความคืบหน้ากรณี แม่ภัทร เข้าร้องเรียนและแจ้งความเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่อ้างว่าถูกชายซึ่งเป็นอาสาสมัครกู้ภัย 2 คนเข้ามาควบคุมตัวและนำขึ้นรถตู้ โดยระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในปี 2567 และต่อมาได้เข้าแจ้งความเพิ่มเติมที่ สน.วังทองหลาง เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 พร้อมนำตำรวจและสื่อมวลชนลงพื้นที่ชี้จุดเกิดเหตุ

ก่อนหน้านี้ แม่ภัทรให้ข้อมูลว่า ขณะเกิดเหตุอาสาสมัครรายหนึ่งเข้ามาล็อกแขนและปิดปาก ขณะที่อีกรายช่วยยกขาและนำตัวไปยังรถตู้ที่จอดรออยู่บริเวณหน้าซอย ก่อนที่เธอจะตะโกนขอความช่วยเหลือ ทำให้ชาวบ้านออกมาดูเหตุการณ์ และกลุ่มอาสาสมัครรีบนำตัวขึ้นรถตู้แล้วเดินทางออกจากพื้นที่

ขณะที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง ระบุว่า ได้รับแจ้งความเบื้องต้นจากผู้เสียหายตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงข้อมูลจากการให้สัมภาษณ์ในรายการ โหนกระแส เพื่อประกอบสำนวนคดี โดยคดีแบ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อหาลักทรัพย์ตู้เซฟพร้อมทรัพย์สินมูลค่ากว่า 9.4 ล้านบาท และข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว รวมถึงการแจ้งความเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาสาสมัครกู้ภัย 2 คน

ล่าสุด วันที่ 8 ตุลาคม ฝ่ายอาสาสมัครกู้ภัยได้โฟนอินเข้ารายการ โหนกระแส เพื่อชี้แจงเหตุการณ์และขอความเป็นธรรม โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาของแม่ภัทร พร้อมยืนยันว่า ระหว่างเหตุการณ์ไม่มีใครทำร้ายหรือใช้มือปิดปากแม่ภัทร และระบุว่าข้อมูลบางส่วนที่แม่ภัทรนำเสนอไม่ตรงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงยืนยันว่าไม่มีการเปลี่ยนรถตามที่ถูกกล่าวอ้าง

อาสาสมัครกู้ภัยรายดังกล่าวเล่าว่า ในวันที่เข้าไปที่บ้าน แม่ภัทรมีกรรไกรอยู่ในมือและใช้ถ้อยคำรุนแรงกับกลุ่มกู้ภัย โดยยืนยันว่าไม่ได้เข้าไปทำร้าย แต่สถานการณ์เป็นไปตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น พร้อมระบุว่า แม่ภัทรยังคงต่อว่ากลุ่มกู้ภัยตลอดเส้นทางตั้งแต่กรุงเทพฯ ไปจนถึง จ.กาญจนบุรี

ส่วนสาเหตุที่เข้าไปพาตัวแม่ภัทรนั้น อาสาสมัครระบุว่า ลูกชายของแม่ภัทรเป็นผู้ประสานให้เข้าช่วยเหลือ โดยแจ้งว่าต้องการให้พาแม่ไปพบแพทย์ และยืนยันว่าลูกชายเป็นผู้พากลุ่มกู้ภัยเข้าไปที่บ้านเพื่อรับตัวแม่ภัทร โดยอ้างว่าการดำเนินการทั้งหมดเกิดจากความต้องการช่วยเหลือและความหวังดีของลูกชาย

นอกจากนี้ อาสาสมัครยังยืนยันว่า ในช่วงที่เกิดเหตุภายในบ้านไม่ได้มีเพียงกลุ่มกู้ภัย แต่มีทั้งลูกชายและลูกสาวของแม่ภัทรอยู่ในเหตุการณ์ด้วย พร้อมย้ำว่ารายละเอียดที่เกิดขึ้นแตกต่างจากที่แม่ภัทรนำเสนอ และขอให้มีการตรวจสอบพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ ข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายยังมีรายละเอียดที่ขัดแย้งกัน ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนผู้เกี่ยวข้อง เพื่อพิสูจน์ว่าเหตุการณ์ในปี 2567 เกิดขึ้นอย่างไร และบุคคลใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดหรือไม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ