จากกรณี กรมการปกครองมีคำสั่งให้นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ไปช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครอง เป็นเวลา 30 วัน หลังเกิดประเด็นเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งให้ตรวจสอบการทำงานของนายอำเภอบ้านสร้างตามที่ได้รับรายงาน โดยข้อเท็จจริงและประเด็นด้านวินัยยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
เปิดประวัติ เสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ ก่อนนั่งนายอำเภอบ้านสร้าง
นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช และเป็นข้าราชการสังกัดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ก่อนมาปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดปราจีนบุรี เคยดำรงตำแหน่งนายอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา จากนั้นย้ายมารับตำแหน่งนายอำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา
ต่อมา กระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งที่ 317/2565 ลงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2565 ให้นายเสฏฐวุฒิไปรักษาการในตำแหน่งนายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นไป โดยการเปลี่ยนตำแหน่งครั้งนั้นเป็นการขยับจากตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้น ไปสู่ตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง
นับจากนั้น นายเสฏฐวุฒิปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่อำเภอบ้านสร้างมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนมีคำสั่งให้ไปช่วยราชการในเดือนตุลาคม 2569
มีบทบาทผลักดันการเข้าถึงบริการภาครัฐ
ตลอดช่วงที่ดำรงตำแหน่งนายอำเภอบ้านสร้าง มีข้อมูลเกี่ยวกับการลงพื้นที่เพื่อส่งเสริมการให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 นายเสฏฐวุฒินำฝ่ายปกครองลงพื้นที่สถานประกอบการ เพื่อประชาสัมพันธ์การใช้งานแอปพลิเคชัน ThaID ซึ่งใช้สำหรับยืนยันตัวตนและสนับสนุนการเข้าถึงบริการภาครัฐ รวมถึงบริการด้านทะเบียนออนไลน์
นอกจากภารกิจด้านการบริหารงานในพื้นที่แล้ว นายเสฏฐวุฒิยังใช้โซเชียลมีเดียเป็นอีกช่องทางในการสื่อสารกับประชาชนและรับเรื่องร้องเรียนโดยตรง ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 170,000 คน
ภาพการลงพื้นที่ทั้งในชุดข้าราชการและการสวมเสื้อยืดลงพื้นที่ลุยโคลน กลายเป็นภาพที่หลายคนจดจำ และทำให้ได้รับเสียงชื่นชมในลักษณะ ข้าราชการติดดิน
นายกฯ สั่งตรวจสอบ ปมการช่วยเหลือน้ำท่วม
สำหรับประเด็นที่นำไปสู่คำสั่งช่วยราชการ เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งรุนแรงขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายนต่อเนื่องถึงต้นเดือนตุลาคม 2569 โดยอำเภอบ้านสร้างเป็นหนึ่งในพื้นที่ได้รับผลกระทบหนัก เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและรองรับมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบน ส่งผลกระทบครอบคลุมทั้ง 9 ตำบล 88 หมู่บ้าน
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เรื่องดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นหารือในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ฝ่ายจังหวัดปราจีนบุรีได้ทำหนังสือขอให้มีการย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง หลังมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการให้ความร่วมมือในการแก้ไขสถานการณ์
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่าได้รับรายงานจากอธิบดีกรมการปกครองเกี่ยวกับการทำงานของนายอำเภอบ้านสร้าง ซึ่งถูกมองว่าขาดความกระตือรือร้น มีการชะลอการแจกจ่ายสิ่งของช่วยเหลือ และการประสานงานเพื่ออพยพประชาชนไม่เต็มที่
จากรายงานดังกล่าว นายอนุทินจึงสั่งให้ตรวจสอบทั้งการปฏิบัติหน้าที่ ประเด็นด้านวินัย รวมถึงทัศนคติในการทำงาน พร้อมให้พิจารณาด้วยว่าการปฏิบัติหน้าที่ที่ถูกร้องเรียนส่งผลกระทบต่อสถานการณ์และความเดือดร้อนของประชาชนมากน้อยเพียงใด โดยย้ำว่าฝ่ายปกครองต้องให้ความสำคัญกับชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นอันดับแรก
อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริง และยังไม่มีข้อสรุปในประเด็นความผิดทางวินัย
กรมการปกครองออกคำสั่งช่วยราชการ 30 วัน
ต่อมา กรมการปกครองมีคำสั่งที่ 2871/2569 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ลงนามโดยนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ให้นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ไปช่วยราชการที่กรมการปกครอง และมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ประจำ ณ วิทยาลัยการปกครอง
คำสั่งดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 รวมเป็นระยะเวลา 30 วัน โดยระบุเหตุผลของการออกคำสั่งว่า เพื่อประโยชน์ของทางราชการ
รายละเอียดสำคัญของคำสั่งครั้งนี้ คือ ผู้ได้รับคำสั่งคือนายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี สถานที่ไปปฏิบัติหน้าที่คือวิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง กำหนดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 รวม 30 วัน และใช้เหตุผลตามคำสั่งว่า เพื่อประโยชน์ของทางราชการ
ย้อนบันทึกการลงพื้นที่ ก่อนมีคำสั่ง
แม้จะมีคำสั่งให้ไปช่วยราชการ แต่ในช่วงก่อนหน้านั้น นายเสฏฐวุฒิมีการเผยแพร่ข้อมูลการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยผ่านโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง
วันที่ 4 ตุลาคม 2569 มีการลงพื้นที่นำอาหารและน้ำดื่มไปมอบให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พร้อมประสานรถยนต์ยกสูงเพื่อใช้รับส่งชาวบ้านในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง
วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิงในตำบลบางแตนและตำบลบางกระเบา พร้อมมอบน้ำดื่ม สอบถามสถานการณ์ของผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบาง รวมถึงร่วมกับฝ่ายจังหวัดและองค์การบริหารส่วนจังหวัดเร่งดำเนินการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงตลอดทั้งคืน
กระทั่งวันที่ 6 ตุลาคม 2569 นายเสฏฐวุฒินำทีมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และในช่วงดึกยังลงเรือฝ่าสายน้ำเพื่อไปรับชาวบ้านที่ถูกสัตว์มีพิษกัดจนมือบวมและมีอาการปวดเกร็ง ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลได้อย่างทันท่วงที
ช่วยราชการ 30 วัน ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่ามีความผิด
ปัจจุบันนายเสฏฐวุฒิได้เข้ารับคำสั่งให้ไปช่วยราชการเป็นเวลา 30 วันแล้ว ขณะที่ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมยังต้องรอผลการตรวจสอบตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี
ดังนั้น คำสั่งให้ไปช่วยราชการครั้งนี้จึงยังไม่ใช่ข้อสรุปว่านายเสฏฐวุฒิกระทำผิดทางวินัย โดยต้องติดตามผลการตรวจสอบ ตลอดจนคำสั่งหรือมาตรการเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ขณะเดียวกัน ภารกิจดูแลและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรียังคงต้องเดินหน้าต่อเนื่อง ท่ามกลางการติดตามความคืบหน้าว่าผลการตรวจสอบจะนำไปสู่ข้อสรุปและมาตรการใดต่อไป
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ