วันที่ 7 ตุลาคม 2569 รายการโหนกระแส ยังคงติดตามกรณีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยพึ่งพิงใน จ.กาญจนบุรี หลังกลุ่มผู้เสียหายออกมาร้องเรียนว่าถูกทำร้ายร่างกายและถูกปฏิบัติอย่างทารุณ รวมถึงถูกให้อยู่บนเตียงที่มีกรงเหล็กล้อมรอบคล้ายกรงขัง ขณะที่ ป้าแมว เจ้าของศูนย์ ชี้แจงว่าการใช้กรงมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันอันตราย และไม่ต้องการมัดผู้ป่วยติดกับเตียง เพราะเกรงว่าจะทำให้มือและแขนเกิดอาการบวม
ล่าสุด ลุงช้าง หนึ่งในผู้ที่เคยเข้าพักภายในศูนย์ดังกล่าว ออกมาเล่าประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง โดยระบุว่า ก่อนเดือนเมษายน 2568 ครอบครัวพาตัวมาที่สถานที่แห่งนี้ เนื่องจากตนมีอารมณ์รุนแรงและเคยมีปากเสียงกันระหว่างทำงาน ตอนแรกครอบครัวแจ้งว่าจะพาไปสถานีตำรวจและโรงพยาบาล แต่สุดท้ายกลับไม่ได้ไปตามที่บอก อีกทั้งตนยังถูกใส่กุญแจมือและล็อกติดกับเก้าอี้

เมื่อเห็นว่าตัวเองถูกควบคุมตัว ลุงช้างจึงพยายามโวยวายและขัดขืน แต่ถูกอีกฝ่ายยึดโทรศัพท์มือถือรวมถึงกระเป๋าเงินเอาไว้
เมื่อเดินทางมาถึงศูนย์ดูแล ลุงช้างเล่าว่า มีคนจำนวน 3 คนช่วยกันหิ้วตัวเข้าไปภายใน ก่อนจะถอดกางเกงและเปลี่ยนให้ใส่แพมเพิส จากนั้นถูกบังคับให้เข้าไปนอนบนเตียงปลาปิ้ง ซึ่งเป็นเตียงที่มีกรงเหล็กล้อมรอบ เจ้าตัวเปิดใจว่าช่วงเวลานั้นแม้แต่จะพลิกตัวยังทำไม่ได้
ต่อมา ลุงช้างรู้สึกปวดปัสสาวะและต้องการเข้าห้องน้ำ แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต ทำให้เจ้าตัวตะโกนโวยวายเสียงดัง ก่อนจะถูกบอกให้ปัสสาวะลงในแพมเพิสแทน
สำหรับเตียงที่มีกรงเหล็กล้อมรอบ ลุงช้างระบุว่า ตนถูกให้นอนอยู่ภายในกรงดังกล่าวเพียงประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า ๆ เพื่อให้อารมณ์และสติสงบลง หลังจากสามารถควบคุมอารมณ์ได้แล้ว จึงถูกพากลับไปนอนในห้องเดิม และมีการนำกรงเหล็กออก
จากนั้น ลุงช้างถูกย้ายไปพักที่ตึกเหลือง โดยต้องอยู่ร่วมห้องกับรูมเมทซึ่งเป็นอดีตทหารและมีอาการทางจิตเล็กน้อย เจ้าตัวเล่าว่าในช่วงเวลากลางคืนต้องแกล้งทำเป็นหลับและพยายามไม่สนใจ เพราะรูมเมทรายนี้มักชะโงกหน้ามาจ้องมองอยู่เป็นระยะ
ส่วนกรณีถังผงซักฟอกที่ใช้ภายในศูนย์ ลุงช้างยืนยันว่า ภาชนะดังกล่าวถูกนำมาใช้สำหรับขับถ่ายทั้งปัสสาวะและอุจจาระ โดยบริเวณตึกเหลืองจะมีถังแยกให้ผู้พักอาศัยใช้คนละใบ ขณะที่ตึกสำหรับเด็กวัยรุ่นผู้ชายจะมีถังเพียง 1 ใบ และต้องแบ่งกันใช้ประมาณ 3-4 คน จนทำให้มีกลิ่นเหม็นอย่างมาก
ลุงช้างยังเล่าถึงการใช้ชีวิตภายในศูนย์ว่า เจ้าหน้าที่จะคอยถามอยู่เป็นระยะว่านอนหลับหรือไม่ และหากเจ้าตัวตอบว่านอนไม่หลับ ก็จะได้รับยานอนหลับ โดยลุงช้างยืนยันกับรายการว่า ตลอดเวลาที่อยู่ที่นั่น ตนไม่เคยใช้ยาเสพติด และไม่ได้เป็นผู้ป่วยจิตเวช
หลังจากอยู่ในศูนย์ได้ประมาณ 2 วัน ลุงช้างเริ่มพยายามหาทางออกจากสถานที่ดังกล่าว จึงเสนอเงื่อนไขกับเจ้าหน้าที่ว่า ครอบครัวจ่ายค่าจ้างมาเท่าไร ตนจะยอมจ่ายให้เพิ่มเป็น 2 เท่า เพียงเพื่อขอกลับบ้านไปจัดการและพูดคุยเคลียร์ปัญหากับครอบครัว
ท้ายที่สุด ลุงช้างยอมรับว่า ภรรยาเป็นผู้ว่าจ้างให้พาตัวมาที่ศูนย์แห่งนี้ โดยมีค่าใช้จ่ายในการดูแลเดือนละ 18,000 บาท และมีเอกสารสัญญาจ้างเกี่ยวกับการดูแลครบถ้วน
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ