ถึงกับช็อก! ย่า เปิดใจพูดเอง ย้อนเล่านาทีแม่เด็กติดต่อมาก่อนเกิดเหตุ ฟังแล้วใจหาย
ถึงกับช็อก! ย่า เปิดใจพูดเอง ย้อนเล่านาทีแม่เด็กติดต่อมาก่อนเกิดเหตุ ฟังแล้วใจหาย
ข่าวสังคม - โซเชียล

ถึงกับช็อก! ย่า เปิดใจพูดเอง ย้อนเล่านาทีแม่เด็กติดต่อมาก่อนเกิดเหตุ ฟังแล้วใจหาย

ฟังข่าวนี้

จากกรณีพบร่าง น.ส.ชณัณชิดา อายุ 42 ปี พร้อมลูกสาว 2 คน คือ ด.ญ.ณัฐปภัสร์ อายุ 9 ขวบ และ ด.ญ.ปาลิกา อายุ 7 ขวบ เสียชีวิตอยู่ภายในห้องพัก หมู่บ้านเอื้ออาทรปทุมธานี-บางคูวัด อาคาร 36 ชั้น 1 ต.บางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจพบภายในห้องมีเตาอั้งโล่และถ่าน รวมถึงมีข้อความเขียนลักษณะคล้ายจดหมายลา ท่ามกลางความสะเทือนใจของครอบครัวและคนในชุมชน

ล่าสุด วันที่ 6 ตุลาคม 2569 นางสาวสุภาพร ผู้เป็นย่า เปิดใจเล่าเรื่องราวก่อนเกิดเหตุว่า ปกติจะซื้อของและมารับหลานทั้งสองไปเที่ยวทุกสัปดาห์ รวมทั้งแวะมาหาเป็นประจำ

ก่อนหน้านี้แม่ของเด็กเคยส่งข้อความมาพูดคุยเรื่องที่โรงงานมีแอปพลิเคชันให้กู้ยืมเงิน โดยบอกให้โอนเงินจำนวน 1,000 บาท เพื่อจะได้ยอดเงินกู้ จากนั้นแอปพลิเคชันแจ้งว่าเอกสารไม่ผ่าน ต้องโอนเงินเพิ่มอีก 400 บาท แม่ของเด็กจึงทักมายืมเงินจากตนเอง ก่อนจะเงียบหายไป และบอกว่าน่าจะถูกหลอก

จึงไม่ทราบแน่ชัดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดความเครียดหรือไม่ แต่ทราบว่าครอบครัวมีเงินใช้ไม่มาก และต้องไปยืมเงินคนอื่นเพื่อนำไปดำเนินการกับแอปดังกล่าว

ขณะเดียวกัน นางสาวอัจจิมา ชูช่วย ผู้จัดการนิติบุคคลอาคาร เปิดเผยว่า ครอบครัวนี้เช่าห้องพักและอาศัยอยู่มานาน โดยเดิมพักอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 คน คือ แม่ ลูก 2 คน และย่าของเด็กอีก 1 คน แต่ช่วงหลังไม่ทราบว่ายายหรือย่าเดินทางไปอยู่ที่ใด

สำหรับการพบเหตุครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากครูที่โรงเรียนเดินทางมาตามหาเด็กทั้งสอง เนื่องจากเด็กไม่ได้ไปโรงเรียน จึงเข้ามาแจ้งฝ่ายนิติบุคคลให้ช่วยตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงพบว่าประตูห้องล็อกจากด้านใน จึงเคาะเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบรับ ก่อนประสานตำรวจเข้าตรวจสอบ และให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยช่วยดันกระแทกประตูเข้าไป จากนั้นเมื่อเปิดประตูห้องนอนก็พบร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย

ด้านคุณครูสถาพร สัมโย ครูประจำชั้น ป.4 ของ ด.ญ.ณัฐปภัสร์ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ไม่เห็นเด็กทั้งสองเดินทางมาโรงเรียน ทั้งที่มีสอบ จึงพยายามติดต่อผ่าน LINE กลุ่มผู้ปกครอง แต่ไม่มีการตอบกลับ จึงตัดสินใจมาตามหาที่ห้องพัก กระทั่งพบว่าห้องล็อกอยู่และขอให้ฝ่ายนิติบุคคลเข้ามาช่วยตรวจสอบ ก่อนจะพบกับเหตุการณ์สุดสะเทือนใจ

ครูยังกล่าวอีกว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เด็กทั้งสองยังมาโรงเรียนตามปกติ ร่วมกิจกรรม และมีความร่าเริงดี จึงไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นในเวลาต่อมา

ด้าน พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่าทั้ง 3 คนพักอาศัยอยู่ภายในห้องดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้มีผู้เป็นยายช่วยเลี้ยงดูหลานทั้งสองคนอยู่ด้วย ก่อนจะเดินทางกลับต่างจังหวัด แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าทำไมจึงกลับไป

ภายในห้องเจ้าหน้าที่พบเตาอั้งโล่และลักษณะการปิดห้องไม่ให้อากาศถ่ายเท ขณะเดียวกันไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือการถูกทำร้ายแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังพบข้อความที่เขียนไว้หลายหน้า ทั้งข้อความจากแม่และข้อความที่คาดว่าเป็นลายมือของเด็ก โดยมีเนื้อหาในลักษณะการบอกลาและฝากเรื่องข้าวของเครื่องใช้ รวมถึงขอให้ช่วยจัดการศพของทั้ง 3 คนโดยไม่ต้องแยกจากกัน

เบื้องต้นแพทย์คาดว่าทั้ง 3 รายเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน เจ้าหน้าที่จึงเก็บภาพและพยานหลักฐานทั้งหมดในห้องพัก ก่อนมอบร่างให้มูลนิธินำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง

ส่วนสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐานและข้อมูลแวดล้อมทั้งหมด โดยตำรวจระบุเพียงว่าเบื้องต้นยังไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย และมีข้อสันนิษฐานว่าทั้งสามคนอาจตัดสินใจจบชีวิตภายในห้องพักด้วยตนเอง แต่ยังไม่ถือเป็นข้อสรุปจนกว่าจะมีผลการชันสูตรอย่างละเอียด ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปและมอบร่างให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ