งานเข้าเพจดัง! ทนายอนันต์ชัย พา รศ.ดร.สุวรา ลุยแจ้งความ ปมโพสต์แฉซื้อตำแหน่ง
งานเข้าเพจดัง! ทนายอนันต์ชัย พา รศ.ดร.สุวรา ลุยแจ้งความ ปมโพสต์แฉซื้อตำแหน่ง
ข่าวสังคม - โซเชียล

งานเข้าเพจดัง! ทนายอนันต์ชัย พา รศ.ดร.สุวรา ลุยแจ้งความ ปมโพสต์แฉซื้อตำแหน่ง

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลวัดพระยาไกร รองศาสตราจารย์ ดร.สุวรา นาคยศ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการเงิน และรักษาการรองผู้อำนวยการวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร. พร้อมด้วย นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับเจ้าของและผู้ดูแลเพจเฟซบุ๊ก “มีเรื่องเล่า ความลับที่รอวันเปิดเผย” รวมถึงผู้ที่โพสต์ แชร์ หรือนำข้อความดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อ ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และความผิดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

การแจ้งความดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เพจดังกล่าวเผยแพร่ข้อความจำนวน 2 ครั้ง พร้อมระบุชื่อ-นามสกุลและเผยแพร่ภาพใบหน้าของ รศ.ดร.สุวรา โดยเนื้อหาที่โพสต์มีการกล่าวหาว่า เธอได้รับตำแหน่งบริหารและตำแหน่งทางวิชาการจาก “สายสัมพันธ์พิเศษ” รวมถึงการ “เสนอหน้า-เสนอเงิน” ให้ผู้บริหารระดับสูง โดยไม่ได้มาจากความรู้ความสามารถ

นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวหาว่า รศ.ดร.สุวรา มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตประมูลโครงการมูลค่ามหาศาล รับเงินเดือนโดยไม่ทำงาน ใช้บุคคลอื่นรับจ้างทำวิจัย ตลอดจนใช้อำนาจกดดันบุคลากรให้ออกจากงานและกลั่นแกล้งอาจารย์รายอื่น ซึ่ง รศ.ดร.สุวรา ระบุว่าข้อความดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและเกียรติคุณของตนอย่างร้ายแรง

ด้าน รศ.ดร.สุวรา ยืนยันว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดไม่เป็นความจริง พร้อมชี้แจงว่า การดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ รวมถึงตำแหน่งบริหารต่างๆ เป็นไปตามข้อบังคับและขั้นตอนของมหาวิทยาลัย โดยมีคำสั่งแต่งตั้งและได้รับความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัย มจร. อย่างชัดเจน

สำหรับประวัติการศึกษา รศ.ดร.สุวรา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย นอกจากนี้ ยังมีผลงานวิจัย บทความ และตำราวิชาการที่เผยแพร่ตามเกณฑ์มาตรฐาน โดยในประเด็นการจัดซื้อจัดจ้าง เจ้าตัวยืนยันว่าไม่เคยมีส่วนได้เสียหรือเสนอผลประโยชน์ให้แก่บุคคลใด

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตามตัวเจ้าของหรือผู้ดูแลเพจดังกล่าว รวมถึงสืบสวนหาผู้ที่นำข้อความไปเผยแพร่ต่อในกลุ่มเฟซบุ๊กต่างๆ เช่น กลุ่ม “ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย” เพื่อนำตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ