กระจ่างแล้ว! โฆษกรัฐบาล เผยสาเหตุน้ำท่วม กทม. ชี้รอบนี้ไม่เหมือนปี 54
กระจ่างแล้ว! โฆษกรัฐบาล เผยสาเหตุน้ำท่วม กทม. ชี้รอบนี้ไม่เหมือนปี 54
ข่าวสังคม - โซเชียล

กระจ่างแล้ว! โฆษกรัฐบาล เผยสาเหตุน้ำท่วม กทม. ชี้รอบนี้ไม่เหมือนปี 54

ฟังข่าวนี้
เช็คจุดน้ำท่วมเรียลไทม์ กรุงเทพฯ น้ำท่วมถนน 44 จุด · ทั่วประเทศล้นตลิ่ง 80 สถานี ดูแผนที่

วันที่ 28 กันยายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีประชาชนตั้งคำถามว่า แม้จะมีคณะกรรมการถอดบทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่แล้ว เหตุใดจึงยังเกิดสถานการณ์น้ำท่วมซ้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า เรื่องน้ำท่วมและภัยพิบัติต้องยอมรับว่าเป็นภัยธรรมชาติ ซึ่งสถานการณ์ครั้งนี้เกิดจากฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ ไม่ได้มีสาเหตุจากการระบายน้ำเช่นเดียวกับเหตุการณ์ปี 2554 ที่มีการระบายน้ำจากเขื่อนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

นายเอกภพ กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้เป็นผลจากปริมาณน้ำที่มากเกินศักยภาพของระบบระบายน้ำ โดยฝนที่ตกในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีปริมาณเกิน 300 มิลลิเมตร ขณะที่ระบบระบายน้ำของกรุงเทพมหานครสามารถระบายน้ำได้เพียง 50 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ทั้งนี้ เมื่อทราบการพยากรณ์ว่าจะมีฝนตก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งระบบชลประทาน สำนักการระบายน้ำ และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ได้ดำเนินการพร่องน้ำเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว

อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำที่สามารถระบายออกได้ยังน้อยกว่าปริมาณฝนที่ตกจริง จึงถือเป็นบทเรียนสำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไปว่าจำเป็นต้องขยายระบบระบายน้ำเพิ่มเติม สอดคล้องกับที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า จำเป็นต้องเพิ่มระบบท่อที่ทำหน้าที่เป็นทางส่งน้ำให้มากขึ้น ขณะที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่โดยรอบกรุงเทพมหานครเช่นกัน

สำหรับแนวทางระยะยาว จะมีระบบตัดน้ำตั้งแต่จังหวัดชัยนาทและป่าสักลงสู่อ่าวไทย เพื่อไม่ให้น้ำไปรวมตัวอยู่ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี หรือนนทบุรี โดยแผนดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการแล้ว และในวันพรุ่งนี้จะนำเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี

นายเอกภพ กล่าวต่อว่า ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น สังคมมักพยายามหาว่าใครเป็นผู้ผิดและโยนความรับผิดชอบไปยังฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายเพื่อปัดความรับผิดชอบ แต่ในความเป็นจริง ปัญหานี้เป็นเรื่องที่ทุกคนและทุกหน่วยงานต้องร่วมมือกัน โดยที่ผ่านมาอาจมีมุมมองว่า เมื่อเกิดน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติในฐานะผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้กำชับเรื่องนี้มาโดยตลอด แม้อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศว่า ไม่ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นในพื้นที่ใด ทุกหน่วยงานต้องเข้ามาให้ความร่วมมือและดำเนินการร่วมกัน

เพราะฉะนั้นเมื่อฝนตกประชาชนเขาไม่ได้ถามหรอกว่าหน่วยงานใดรับผิดชอบฝนก้อนนี้ แต่ทุกคนต้องมารวมกัน ตรงนี้เองเป็นสิ่งที่คิดว่าเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว คงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปหาคนว่าใครผิด ใครช้า ใครไม่ช้า เราถอดบทเรียนและดูว่าที่ผ่านมาได้เตรียมการดีพอแล้วหรือยัง หากเตรียมการดีพอแล้วการบริหารจัดการมีอะไรบกพร่อง และจะทำอย่างไรให้เหตุการณ์กลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด นายเอกภพ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ