วันที่ 27 ก.ย. 2569 ชาวบ้านบ้านเขวา ต.หนองเยือง อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ จ.บุรีรัมย์ ขอความช่วยเหลือให้ นางอำพร อายุ 70 ปี และหลานสาววัย 5 ขวบ หลังตกอยู่ในสภาพไร้ที่อยู่อาศัย ต้องอาศัยห้องครัวข้างบ้านของเพื่อนบ้านเป็นที่ซุกหัวนอน หลังสามีเสียชีวิตและญาติของสามีให้รื้อบ้านที่เคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมานานกว่า 30 ปี เนื่องจากบ้านปลูกอยู่บนที่ดินของญาติฝ่ายสามี
นางอำพร เปิดเผยว่า ปัจจุบันตนป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคผิวหนัง ไม่สามารถออกไปรับจ้างทำงานได้ ส่วนหลานสาววัย 5 ขวบ ต้องมาอาศัยอยู่ด้วยกันในห้องครัวข้างบ้านของ นางระเบียบ อายุ 72 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน
เดิมตนใช้ชีวิตอยู่กับ นายสุรพล สามี ซึ่งเสียชีวิตเมื่อปี 2552 หลังจากนั้นประมาณ 2 ปี ญาติของสามีได้ให้รื้อบ้าน เนื่องจากบ้านหลังดังกล่าวปลูกอยู่บนที่ดินของญาติ ทำให้ไม่มีทางเลือก ต้องพาหลานสาวออกจากบ้าน โดยมีเพียงเสื้อผ้าติดตัว ไม่มีทรัพย์สินอื่น
ปัจจุบันรายได้ที่ใช้ดำรงชีวิตมีเพียงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและสิทธิจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากอายุมากและมีโรคประจำตัว จึงไม่สามารถทำงานหาเลี้ยงชีพได้
นางอำพร กล่าวต่อว่า ต้องขอบคุณเพื่อนบ้านที่เมตตาให้ตนกับหลานอาศัยอยู่บริเวณห้องครัวข้างบ้านเป็นที่พักพิง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะสามารถอยู่อาศัยได้นานแค่ไหน เพราะเจ้าของบ้านเองก็มีครอบครัวและต้องการความเป็นส่วนตัว
ส่วนการกลับไปอยู่ จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นบ้านเกิดก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากพ่อแม่และญาติพี่น้องเสียชีวิตไปหมดแล้ว ขณะที่ลูกสาว ซึ่งเป็นแม่ของหลานสาว ก็ไม่สามารถพึ่งพาได้ เนื่องจากมีปัญหาด้านสติและใช้ชีวิตเร่ร่อน รับจ้างทำงานไปเรื่อย ๆ แทบไม่ได้กลับมาหา
ที่ผ่านมาเคยขอความช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัยจากผู้นำชุมชน โดยผู้ใหญ่บ้านได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ได้รับคำตอบว่ามีเพียงงบประมาณสำหรับซ่อมแซมบ้าน ไม่มีงบสำหรับสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ ทำให้ยังไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งใคร
นางอำพร จึงวิงวอนหน่วยงานภาครัฐหรือผู้ใจบุญเข้ามาช่วยเหลือ ขอเพียงมีที่อยู่อาศัยเล็ก ๆ เป็นของตัวเองในช่วงบั้นปลายชีวิต ที่สำคัญเป็นห่วงหลานสาวที่ยังเล็ก อยากให้หลานมีบ้านเป็นหลักแหล่ง ได้เรียนหนังสือ และเติบโตมีอาชีพเลี้ยงดูตัวเองได้ หากวันหนึ่งตนไม่อยู่แล้ว
ด้าน นางระเบียบ อายุ 72 ปี เพื่อนบ้านที่ให้การช่วยเหลือ เปิดเผยว่า รู้สึกสงสารยายกับหลาน เพราะไม่มีบ้านและไม่มีญาติพี่น้องให้พึ่งพา จึงให้ทั้งสองคนมาอาศัยอยู่บริเวณห้องครัวข้างบ้านมานานกว่าหนึ่งปีแล้ว ในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
ปัจจุบันตนเองและสามีก็ไม่ได้ทำงาน เนื่องจากอายุมากแล้ว ต้องใช้ชีวิตด้วยเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเช่นเดียวกัน จึงต้องกินอยู่กันตามสภาพ
อย่างไรก็ตาม แม้จะสงสารและยินดีให้พักอาศัย แต่ก็อยากมีพื้นที่ส่วนตัว เพราะการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นเป็นเวลานาน ต่างฝ่ายต่างอาจรู้สึกอึดอัด หากเป็นไปได้จึงอยากวิงวอนหน่วยงานภาครัฐหรือผู้ใจบุญเข้ามาช่วยเหลือ ให้ยายกับหลานมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง
นางระเบียบ กล่าวอีกว่า หากไม่สามารถหาที่ดินให้ได้ ตนก็พร้อมให้ใช้พื้นที่ข้างบ้านเพื่อสร้างบ้านหลังเล็ก ๆ หรือบ้านน็อกดาวน์ เพื่อให้ยายกับหลานมีที่พักอาศัยเป็นหลักแหล่ง และต่างฝ่ายต่างสามารถใช้ชีวิตอย่างเป็นส่วนตัวได้
ขณะที่ นายสุวิทย์ แสนทวีสุข ผู้ใหญ่บ้านบ้านเขวา หมู่ 8 ต.หนองเยือง เปิดเผยว่า หลังทราบเรื่องได้พยายามประสานหาแนวทางช่วยเหลือมาโดยตลอด โดยก่อนหน้านี้ได้เสนอเรื่องไปยังกิ่งกาชาดอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ ซึ่งได้รับการอนุมัติงบประมาณบางส่วน แต่ยังไม่เพียงพอสำหรับก่อสร้างบ้านให้ยายกับหลาน
เนื่องจากตามระเบียบ หากดำเนินการสร้างบ้านแล้วจะต้องส่งมอบบ้านให้แล้วเสร็จตามกำหนด หากงบประมาณไม่เพียงพออาจเกิดปัญหาตามมา ส่วนเรื่องที่ดินสำหรับก่อสร้างบ้าน เดิมมีแผนจะใช้ที่ดินของญาติฝ่ายสามี แต่สุดท้ายต้องยกเลิกเนื่องจากงบประมาณไม่เพียงพอ
ขณะนี้จึงได้ประสานไปยังองค์การบริหารส่วนตำบล และเรื่องอยู่ระหว่างเสนอไปยังจังหวัด เพื่อพิจารณาหาแนวทางและงบประมาณในการช่วยเหลือยายกับหลานให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง โดยยังต้องรอผลการพิจารณาว่าจะได้รับการช่วยเหลือหรือไม่
สำหรับผู้ที่ต้องการช่วยเหลือ นางอำพร และหลานสาว สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นายสุวิทย์ แสนทวีสุข ผู้ใหญ่บ้าน โทร. 064-550-0881 หรือ นางระเบียบ เพื่อนบ้าน โทร. 062-762-6644