เตรียมรับมือ! เปิดรายชื่อ 21 จังหวัดน้ำท่วมหนัก หลายพื้นที่ยังเสี่ยงระดับน้ำเพิ่ม
เตรียมรับมือ! เปิดรายชื่อ 21 จังหวัดน้ำท่วมหนัก หลายพื้นที่ยังเสี่ยงระดับน้ำเพิ่ม
ข่าวสังคม - โซเชียล

เตรียมรับมือ! เปิดรายชื่อ 21 จังหวัดน้ำท่วมหนัก หลายพื้นที่ยังเสี่ยงระดับน้ำเพิ่ม

ฟังข่าวนี้

วันที่ 26 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ครั้งที่ 32/2569 ณ ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย การแก้ไขปัญหา และการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก รวมถึงเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยในทุกภูมิภาค

การประชุมครั้งนี้มี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เข้าร่วมประชุมทั้ง ณ ที่ตั้งและผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

นายนิรัตน์ เปิดเผยว่า จากการติดตามแนวโน้มสภาพอากาศในช่วงวันที่ 26–27 กันยายน 2569 พบว่า หลายพื้นที่ยังมีความเสี่ยงเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก จากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงและร่องมรสุม จึงต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนประชาชนได้ทันต่อสถานการณ์

ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชน และได้มอบข้อเน้นย้ำผ่านนายนิรัตน์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้ดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมบัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่ด้วยตนเองอย่างใกล้ชิด ติดตามข้อมูลให้ครอบคลุมถึงระดับอำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน ประเมินพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า และเร่งดำเนินมาตรการป้องกันและให้ความช่วยเหลือ โดยไม่รอให้สถานการณ์ทวีความรุนแรง

พร้อมกันนี้ ให้ระดมกำลังจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ฝ่ายปกครอง อส. อปพร. องค์กรสาธารณกุศล ทหาร ตำรวจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย

นายกรัฐมนตรียังมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประสานการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การบริหารสถานการณ์และช่วยเหลือประชาชนดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำหรือเครื่องจักรกลสาธารณภัย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสื่อสารกับประชาชนถึงการเตรียมความพร้อมและการปฏิบัติงานของภาครัฐ เพื่อสร้างความมั่นใจว่ารัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และทุกหน่วยงานพร้อมดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลัง

นอกจากนี้ ให้ทุกจังหวัดจัดตั้ง War Room เพื่อติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เชื่อมโยงข้อมูลฝน ระดับน้ำ ต้นน้ำ และข้อมูลจากจังหวัดข้างเคียง เพื่อประเมินแนวโน้มล่วงหน้า พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการแจ้งเตือนให้เข้าถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างรวดเร็วและทั่วถึง ผ่านผู้นำชุมชน หอกระจายข่าว สื่อสังคมออนไลน์ และระบบ Cell Broadcast

ขณะเดียวกัน ให้ตรวจสอบความพร้อมของศูนย์พักพิง เส้นทางอพยพ จุดจอดรถ พื้นที่ปลอดภัย และการดูแลกลุ่มเปราะบาง ตลอดจนเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยประจำพื้นที่เสี่ยงไว้ล่วงหน้า

ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องรู้ทั้งจุดเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ หากจุดเสี่ยงเพิ่มขึ้นหรือลดลงต้องปรับแผนรับมือให้ทัน รู้ระดับความรุนแรงในแต่ละพื้นที่ และจัดลำดับความสำคัญในการช่วยเหลือ โดยเน้นการช่วยชีวิตเป็นลำดับแรก โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ให้ประสานหน่วยงานสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เสี่ยงก่อนเกิดน้ำท่วม และสามารถแจ้งเตือนประชาชนให้ทัน เพื่อสร้างความมั่นใจว่ารัฐบาลพร้อมดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลัง นายนิรัตน์ รองปลัด มท. กล่าว

ด้าน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กำชับศูนย์ ปภ. เขต สำนักงาน ปภ. จังหวัด และหน่วยงานในสังกัด ให้สนับสนุนจังหวัดในพื้นที่ ทั้งด้านการวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง การแจ้งเตือน รวมถึงการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัย โดยให้วางทรัพยากรไว้ในพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า

หากพื้นที่ใดมีสถานการณ์รุนแรง เข้าถึงได้ยาก หรือมีศักยภาพในการรับมือไม่เพียงพอ ให้เร่งประสานกำลังสนับสนุนจากพื้นที่ใกล้เคียงและส่วนกลาง รวมถึงอากาศยานปีกหมุน KA-32 ตามความจำเป็น เพื่อให้การเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

ปภ. ต้องพร้อมสนับสนุนพื้นที่ทันที ทั้งคน เครื่องมือ และเครื่องจักร เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงประชาชนได้เร็วที่สุด นายธีรพัฒน์กล่าว

สำหรับสถานการณ์อุทกภัย ณ เวลา 06.00 น. วันที่ 26 กันยายน 2569 ยังคงมีสถานการณ์ใน 21 จังหวัด 93 อำเภอ 350 ตำบล 1,425 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 27,109 ครัวเรือน รวม 84,605 คน

พื้นที่ที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ สุพรรณบุรี ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว ซึ่งบางพื้นที่ระดับน้ำยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่กรุงเทพมหานครยังคงมีน้ำท่วมขังบนพื้นผิวการจราจรบางจุด

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลและประกาศเตือนภัยจากทางราชการอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่มต่ำ และจุดที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซาก หากได้รับแจ้งให้อพยพ ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยโดยเร็ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ