สุดรันทด! พี่ชาย ตกงาน หมดหนทาง พาน้องวัย 19 คุ้ยถังขยะ หาอาหารประทังชีวิต 3 แม่ลูก
สุดรันทด! พี่ชาย ตกงาน หมดหนทาง พาน้องวัย 19 คุ้ยถังขยะ หาอาหารประทังชีวิต 3 แม่ลูก
ข่าวสังคม - โซเชียล

สุดรันทด! พี่ชาย ตกงาน หมดหนทาง พาน้องวัย 19 คุ้ยถังขยะ หาอาหารประทังชีวิต 3 แม่ลูก

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 มีรายงานเรื่องราวสะเทือนใจในสังคม หลังมีการเปิดเผยชีวิตครอบครัว 3 ชีวิตในพื้นที่อำเภอบางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาขาดรายได้ หลังพี่ชายซึ่งจบปริญญาตรีนิติศาสตร์และเป็นกำลังหลักในการหาเลี้ยงครอบครัวตกงาน ขณะที่ผู้เป็นแม่ประสบอุบัติเหตุถูกรถซาเล้งเฉี่ยวชนจนไม่สามารถทำงานได้ ส่งผลให้ครอบครัวไม่มีเงินชำระค่าน้ำและค่าไฟ จนถูกตัดมานานประมาณ 2 เดือน

สำหรับครอบครัวดังกล่าวอาศัยอยู่ด้วยกัน 3 คน ประกอบด้วย แม่ พี่ชาย และนายเอ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ซึ่งเพิ่งจบชั้น ม.6 โดยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้พี่ชายต้องพานายบีออกไปหาอาหารตามถังขยะบริเวณร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และตามเส้นทางที่เดินผ่าน เพื่อเก็บอาหารที่ยังพอรับประทานได้กลับมาแบ่งกันกินภายในครอบครัว ประทังชีวิตในช่วงที่ยังไม่มีรายได้

นายเอ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ครอบครัวไม่ได้มีความเป็นอยู่ลำบากถึงขั้นนี้ แต่เมื่อพี่ชายซึ่งเป็นผู้หาเลี้ยงครอบครัวต้องตกงาน และยังไม่สามารถหางานใหม่ได้ ขณะที่แม่ก็ประสบอุบัติเหตุจนทำงานไม่ได้ ทำให้ไม่มีเงินจ่ายค่าน้ำและค่าไฟ สุดท้ายจึงต้องปรับตัวด้วยการออกไปหาอาหารจากของเหลือทิ้ง โดยเพิ่งเริ่มทำมาได้ประมาณ 1 สัปดาห์

นายเอ กล่าวว่า การออกไปหาอาหารตามถังขยะไม่ได้ต้องการสร้างความเดือดร้อนหรือเบียดเบียนใคร แต่เป็นวิธีที่ครอบครัวเลือกใช้เพื่อให้มีอาหารกินครบ 3 มื้อ โดยมองว่าอาหารที่ถูกทิ้งบางส่วนยังสามารถนำมาใช้ประทังชีวิตได้ แม้คนทั่วไปอาจมองว่าเป็นสิ่งสกปรกก็ตาม ทั้งตนและพี่ชายยังคงพยายามหางานทำ เพื่อให้สามารถกลับมามีรายได้และไม่ต้องใช้ชีวิตในลักษณะนี้อีก

ส่วนเหตุผลที่ไม่ได้ไปขออาหารจากวัด นายเอ ระบุว่า มองว่าการเดินเก็บอาหารที่เหลือทิ้งไม่ได้เป็นการรบกวนหรือเบียดเบียนใคร และยังสามารถหาอาหารมาแบ่งกันรับประทานภายในครอบครัวได้

ขณะที่ปัญหาการถูกตัดน้ำและไฟฟ้า แม้ช่วงแรกจะสร้างความเดือดร้อนอย่างมาก แต่ครอบครัวเริ่มปรับตัวกับสถานการณ์ได้ โดยโทรศัพท์มือถือจะนำออกไปชาร์จไฟด้านนอก ส่วนอินเทอร์เน็ตจะอาศัย Wi-Fi ฟรี ขณะที่น้ำยังมีเหลืออยู่ในแทงก์สำหรับใช้ดื่มและกิน ส่วนการเข้าห้องน้ำต้องเดินทางไปใช้บริการที่ปั๊มน้ำมันใกล้เคียง

นายเอ ยังกล่าวถึงอนาคตของตัวเองว่า แม้ขณะนี้ยังไม่มีโอกาสศึกษาต่อ แต่เชื่อว่าการศึกษาไม่ใช่เรื่องที่สายเกินไป หากมีโอกาสก็อยากกลับไปเรียนควบคู่กับการทำงาน เพื่อสร้างอนาคตให้กับตัวเองและครอบครัว

สำหรับสิ่งที่ต้องการความช่วยเหลือ นายเอ ระบุว่า หากมีผู้ใหญ่ใจดีช่วยเหลือเรื่องการต่อน้ำและไฟฟ้ากลับมาให้ ก็จะช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้น โดยปัจจุบันมีค่าน้ำค้างชำระประมาณ 3,000-4,000 บาท และค่าไฟฟ้าประมาณ 7,000-8,000 บาท

อย่างไรก็ตาม นายเอ ย้ำว่า หากไม่มีผู้เข้ามาช่วยเหลือก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะไม่ต้องการรบกวนใคร และครอบครัวกำลังพยายามปรับตัวเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตต่อไปได้ พร้อมยอมรับว่าไม่อยากให้เรื่องราวของครอบครัวกลายเป็นข่าวมากนัก เนื่องจากกังวลว่าจะมีผู้ที่ไม่เข้าใจสถานการณ์เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์จนเกิดความเสียหายต่อครอบครัว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ