วันที่ 22 กันยายน 2569 นพ.ธนีย์ ธนียวัน อายุรแพทย์โรคปอดและเวชบำบัดวิกฤต ซึ่งเป็นอาจารย์แพทย์อยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Doctor Tany วิเคราะห์อาการป่วยของ ท่านอ่อง นายแพทย์จักรีวัชร วิวัชรวงศ์ หลังเจ้าตัวเปิดเผยอาการชัก แขนขาอ่อนแรง และมีความจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดสมองอย่างเร่งด่วน

ก่อนหน้านี้ ท่านอ่อง ได้โพสต์ข้อความอัปเดตอาการป่วยล่าสุด โดยระบุว่าสุขภาพกำลังอยู่ในภาวะย่ำแย่ และมีความเสี่ยงที่จะต้องติดเตียงหรือเสียชีวิต หากปล่อยให้อาการดำเนินต่อไป พร้อมเปิดเผยว่าได้รับความเห็นจากแพทย์ด้านประสาทวิทยาหลายท่าน และในขณะนี้มีความจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดสมองโดยเร็ว
ด้าน นพ.ธนีย์ ได้วิเคราะห์จากข้อมูลที่ ท่านอ่อง เปิดเผยต่อสาธารณะว่า อาการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับโรค NF2 ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมที่สามารถทำให้เกิดเนื้องอกหลายตำแหน่งในระบบประสาท แม้ก้อนเนื้องอกส่วนใหญ่จะไม่ใช่มะเร็ง แต่หากเกิดขึ้นในตำแหน่งสำคัญ ก็อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมองและก่อให้เกิดอันตรายได้
นพ.ธนีย์ ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับอาการและโรคของ ท่านอ่อง ว่า ท่านอ่องต้องเข้ารับการผ่าตัดสมองด่วน วิเคราะห์โรคหายาก NF2 มีหลายคนถามผมเกี่ยวกับอาการป่วยของท่านอ่อง นายแพทย์จักรีวัชร วิวัชรวงศ์ หลังจากที่ท่านได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับอาการของตัวเองผ่าน Facebook ที่เปิดเป็นสาธารณะ ทั้งเรื่องอาการชัก แขนขาอ่อนแรง และการเตรียมเข้ารับการผ่าตัดสมอง
ก่อนอื่นผมขอย้ำตรงนี้นะครับว่า สิ่งที่ผมจะเล่าทั้งหมดเป็นการวิเคราะห์จากข้อมูลที่ท่านอ่องเปิดเผยต่อสาธารณะ ร่วมกับความรู้ทางการแพทย์เกี่ยวกับโรคนี้เท่านั้น ผมไม่ได้เป็นแพทย์ที่ดูแลท่าน และไม่ได้เห็นข้อมูลทางการแพทย์ทั้งหมดของท่าน ดังนั้นรายละเอียดในการรักษาจริงต้องเป็นไปตามทีมแพทย์ที่ดูแลท่านครับ ผมไม่ได้ต้องการพาดพิงบุคคลใด แต่ต้องการใช้กรณีนี้อธิบายให้คนทั่วไปเข้าใจว่า NF2 คืออะไร ทำไมจึงทำให้เกิดก้อนในสมองได้ และทำไมบางครั้งก้อนที่ไม่ใช่มะเร็งก็สามารถเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
NF2 คือโรคอะไร?
ท่านอ่องเป็นโรคที่ปัจจุบันเรียกว่า NF2-related schwannomatosis หรือชื่อเดิมคือ Neurofibromatosis Type 2 หรือ NF2 หลายคนได้ยินคำว่า Neurofibromatosis แล้วนึกถึง “ท้าวแสนปม” ที่มีตุ่มเต็มตัว อันนั้นคือ NF1 ครับ ไม่ใช่ NF2
NF2 เป็นโรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากความผิดปกติของยีน NF2 ซึ่งมีหน้าที่สร้างโปรตีนชื่อ Merlin โปรตีนตัวนี้มีส่วนช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ พูดง่าย ๆ คือ ถ้าระบบเบรกของเซลล์ตัวนี้เสีย เซลล์บางชนิดก็มีโอกาสแบ่งตัวผิดปกติและกลายเป็นก้อนเนื้องอกได้
ก้อนเหล่านี้ส่วนใหญ่ ไม่ใช่มะเร็ง แต่คำว่า “ไม่ใช่มะเร็ง” ไม่ได้แปลว่า “ไม่อันตราย” เพราะสมองเราเป็นอวัยวะที่มีพื้นที่จำกัด ก้อนที่โตอยู่ในตำแหน่งสำคัญสามารถไปกดสมอง เส้นประสาท หรือหลอดเลือด จนเกิดความผิดปกติรุนแรงได้ แม้ตัวก้อนจะไม่ได้เป็นมะเร็งก็ตาม
แล้ว NF2 ทำให้เกิดก้อนอะไรได้บ้าง?
ก้อนที่เป็นลักษณะสำคัญของโรคนี้คือ vestibular schwannoma ซึ่งเกิดจากเซลล์ที่หุ้มเส้นประสาทการได้ยินและการทรงตัว จึงทำให้ผู้ป่วยมีอาการหูอื้อ ได้ยินลดลง หรือทรงตัวผิดปกติได้ และโดยทั่วไปก้อนชนิดนี้จะเกิดทั้งสองข้างใน NF2
นอกจากนี้ยังสามารถมีก้อนชนิดอื่นได้ เช่น meningioma ซึ่งเกิดจากเยื่อหุ้มสมอง รวมถึง ependymoma และ schwannoma ที่ตำแหน่งอื่น ๆ ของระบบประสาทด้วย ดังนั้นคนที่เป็น NF2 จึงไม่ได้มีแค่ก้อนเดียว แต่สามารถมีก้อนหลายตำแหน่งในสมอง ไขสันหลัง และเส้นประสาทได้
และกรณีของท่านอ่องเอง จากข้อมูลที่ท่านเคยเปิดเผยต่อสาธารณะ ท่านเริ่มเข้ารับการรักษาโรคนี้ตั้งแต่อายุประมาณ 13 ปี และตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมาเคยผ่านการผ่าตัดสมองแบบเปิดมาแล้วถึง 10 ครั้ง รวมถึงเคยได้รับการรักษาด้วย Gamma Knife และ CyberKnife หลายครั้ง
ข้อมูลตรงนี้สำคัญครับ เพราะมันทำให้เราเห็นว่า NF2 ไม่ใช่โรคที่มี “ก้อนเดียวแล้วผ่าตัดครั้งเดียวจบ” แต่เป็นโรคที่สามารถเกิดเนื้องอกหลายตำแหน่งและต้องติดตามรักษาเป็นระยะเวลายาวนาน
แล้วกรณีของท่านอ่องเกิดอะไรขึ้น?
จากข้อมูลและภาพ MRI ที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ สิ่งที่น่าสนใจคือ ก้อนที่ดูเหมือนจะเป็นสาเหตุของอาการในครั้งนี้ ไม่ใช่ก้อนเล็ก ๆ บริเวณเส้นประสาทการได้ยินทั้งสองข้าง แต่เป็นก้อนขนาดใหญ่บริเวณแนวกลางของสมอง ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะของ meningioma
ก้อนนี้มีอาการบวมของสมองรอบ ๆ ร่วมด้วย ตรงนี้เองที่อธิบายอาการหลายอย่างได้ ถ้าก้อนกดหรือรบกวนบริเวณผิวสมอง ก็สามารถทำให้เกิดอาการชักได้ ถ้าก้อนไปกดบริเวณสมองที่ควบคุมการเคลื่อนไหว ก็สามารถทำให้เกิด แขนขาอ่อนแรง ได้ และถ้ามีสมองบวมร่วมด้วย อาการเหล่านี้ก็อาจรุนแรงขึ้น
ดังนั้นอาการชักและแขนขาอ่อนแรงที่เกิดขึ้น จึงไม่ได้หมายความว่าก้อนนั้นเป็นมะเร็ง แต่เกิดจาก ตำแหน่ง ขนาด และผลของก้อนต่อสมอง
ส่วนอาการชักที่เห็นนั้น หากเป็นการชักทั่วร่างกาย คนรอบข้างควรจับผู้ป่วยตะแคง ป้องกันไม่ให้ศีรษะกระแทก และ ไม่ควรเอานิ้ว ช้อน หรือสิ่งของใด ๆ ใส่ปาก เพราะไม่ได้ช่วยป้องกันการกัดลิ้น และอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือสำลักได้
แล้วทำไมต้องผ่าตัดด่วน?
คำว่า “ต้องผ่าตัด” ในกรณีนี้ ไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งแล้วต้องรีบเอามะเร็งออกครับ แต่เป็นเพราะก้อนมีขนาดใหญ่และกำลังทำให้สมองเกิดปัญหา ทั้งอาการชัก อ่อนแรง และสมองบวม ถ้าปล่อยให้ก้อนโตหรือสมองบวมมากขึ้น ความเสียหายต่อสมองก็อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
การรักษาจึงต้องชั่งน้ำหนักระหว่างสองอย่าง
- ถ้าไม่ผ่า ก้อนยังคงกดสมองและอาการอาจแย่ลง
- ถ้าผ่า ก็มีความเสี่ยงจากการผ่าตัด เพราะก้อนอยู่ใกล้โครงสร้างสำคัญของสมอง นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการตัดสินใจผ่าตัดสมองแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่าย
สิ่งที่ทำให้การผ่าตัดยาก คือ ก้อนบริเวณแนวกลางสมองอยู่ใกล้กับระบบหลอดเลือดดำขนาดใหญ่ของสมองที่เรียกว่า dural venous sinus
ก่อนผ่าตัด ทีมแพทย์จึงต้องดูภาพหลอดเลือดอย่างละเอียดว่า ก้อนติดหรือกดหลอดเลือดตรงไหนบ้าง และมีส่วนไหนที่สามารถตัดออกได้อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะในกรณีที่เคยผ่าตัดสมองมาหลายครั้ง Anatomy ภายในจะไม่เหมือนคนที่ไม่เคยผ่าตัดมาก่อน เพราะอาจมีพังผืดและการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดและเนื้อเยื่อเกิดขึ้น
ระหว่างการผ่าตัด สิ่งที่แพทย์ต้องพยายามทำให้ได้คือ เอาก้อนออกให้มากที่สุด โดยไม่ทำลายสมองส่วนที่ยังทำงานได้ดี เพราะการตัดก้อนออกหมดอาจลดโอกาสที่ก้อนจะกลับมาโต แต่ถ้าการตัดนั้นไปทำลายสมองหรือหลอดเลือดสำคัญ ผู้ป่วยก็อาจเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือความผิดปกติทางระบบประสาทตามมาได้ นี่คือการหาสมดุลระหว่าง “เอาก้อนออก” กับ “รักษาสมองที่ดีไว้” ครับ
แล้วความเสี่ยงหลังผ่าตัดมีอะไรบ้าง?
การผ่าตัดบริเวณนี้มีความเสี่ยงเรื่องเลือดออก สมองบวม การเกิดความผิดปกติของหลอดเลือดดำ และความผิดปกติทางระบบประสาท เช่น แขนขาอ่อนแรงหรือการรับความรู้สึกเปลี่ยนไป นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงเรื่องชักหลังผ่าตัดด้วย และถ้าผู้ป่วยอ่อนแรงมาก การฟื้นตัวอาจต้องใช้เวลานาน ต้องทำกายภาพบำบัด ฝึกการเดิน ฝึกการใช้แขนขา และในบางรายอาจต้องประเมินการกลืน เพราะถ้ากลืนไม่ดี ก็มีความเสี่ยงต่อการสำลักและปอดอักเสบตามมา
ดังนั้นการผ่าตัดจึงเป็นเพียง จุดเริ่มต้นของการรักษา ไม่ใช่จุดจบครับ
NF2 รักษาให้หายขาดได้ไหม?
ปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีรักษา NF2 ให้หายขาด เพราะต้นเหตุของโรคคือความผิดปกติของยีน การรักษาจึงเป็นการติดตามและจัดการกับก้อนแต่ละตำแหน่งตามความจำเป็น บางก้อนเฝ้าดูได้ บางก้อนต้องผ่าตัด และบางกรณีอาจพิจารณาการรักษาด้วยยา
ยาที่มีข้อมูลมากขึ้นในช่วงหลังคือ Brigatinib ซึ่งเป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อหลาย tyrosine kinases และมีการศึกษาในผู้ป่วย NF2 ที่มีก้อนหลายชนิดและมีการโตของก้อน
งานวิจัยระยะที่ 2 ที่ตีพิมพ์ใน New England Journal of Medicine ปี 2024 พบว่ามีการตอบสนองของก้อนบางส่วน และการเติบโตของก้อนโดยรวมช้าลง โดยเฉพาะ meningioma และ non-vestibular schwannoma แต่ไม่ได้หมายความว่ายานี้จะทำให้ก้อนหาย หรือได้ผลกับผู้ป่วยทุกคน
ส่วน Bevacizumab มีบทบาทโดยเฉพาะกับ vestibular schwannoma ที่โตเร็ว และอาจช่วยเรื่องการได้ยินในผู้ป่วยบางราย แต่ไม่ได้เป็นยาที่ใช้จัดการ meningioma โดยตรง ดังนั้นในกรณีที่กำลังมีปัญหาจากก้อนขนาดใหญ่และสมองบวมอย่างเฉียบพลัน การใช้ยาเหล่านี้ไม่ได้มาแทนการผ่าตัดที่จำเป็นในทันทีครับ
แล้วหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร?
สิ่งที่เราต้องลุ้นก่อนเลยคือ การผ่าตัดผ่านไปได้อย่างปลอดภัยแค่ไหน และสมองฟื้นกลับมาได้มากน้อยเพียงใด หลังจากนั้นจึงเป็นเรื่องของการฟื้นฟู ทั้งการเดิน การใช้แขนขา การกลืน การป้องกันการสำลัก และการควบคุมอาการชัก และต้องติดตามก้อนอื่น ๆ ต่อไป เพราะ NF2 เป็นโรคที่สามารถทำให้เกิดเนื้องอกหลายตำแหน่งตลอดชีวิต นี่คือสิ่งที่ทำให้โรคนี้แตกต่างจากการมีเนื้องอกสมองเพียงก้อนเดียว
สุดท้ายนี้ ผมอยากเป็นกำลังใจให้ท่านอ่องและครอบครัวอย่างมากครับ โรคนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย และการผ่าตัดสมองในตำแหน่งที่สำคัญก็มีความเสี่ยงจริง แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ไม่ควรเอาความเสี่ยงเหล่านั้นมาสรุปว่าผลการรักษาจะต้องออกมาไม่ดี เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นจริงหลังผ่าตัดขึ้นอยู่กับตำแหน่งของก้อน หลอดเลือดที่เกี่ยวข้อง สภาพสมอง และรายละเอียดที่ทีมแพทย์เห็นในขณะผ่าตัดด้วย
สำหรับคนทั่วไป สิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้จำจากเรื่องนี้ก็คือ “ก้อนที่ไม่ใช่มะเร็ง ไม่ได้แปลว่าไม่อันตราย และโรคที่หายขาดไม่ได้ ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีทางรักษา” การรักษาโรคแบบนี้คือการพยายามควบคุมโรค ลดความเสียหาย และรักษาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้อยู่ได้นานที่สุดครับ ขอเป็นกำลังใจให้ท่านอ่องผ่านการผ่าตัด และการฟื้นฟูครั้งนี้ไปได้ด้วยดีอีกครั้งครับ