รู้แล้ว! สาเหตุฝนปีนี้หนักกว่าปกติ เปิด 5 ปัจจัยหลัก
รู้แล้ว! สาเหตุฝนปีนี้หนักกว่าปกติ เปิด 5 ปัจจัยหลัก
ข่าวสังคม - โซเชียล

รู้แล้ว! สาเหตุฝนปีนี้หนักกว่าปกติ เปิด 5 ปัจจัยหลัก

ฟังข่าวนี้

วันที่ 23 กันยายน 2569 นายสนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ร่องมรสุม (Monsoon Trough) ในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทย เมียนมา ลาว และเวียดนาม ซึ่งมีขนาดใหญ่และส่งผลให้หลายพื้นที่เผชิญฝนตกหนักรุนแรงเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝนปี 2026 โดยระบุว่า เกิดจากแรงขับเคลื่อนด้านสภาพภูมิอากาศ ประกอบกับปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาหลายด้านที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ดังนี้

1. ผลกระทบชั่วคราวจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ปะทะร่องความกดอากาศต่ำ

แม้ภาพรวมของปี 2026 ภูมิภาคอาเซียนจะได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño) ซึ่งโดยทั่วไปมักทำให้เกิดสภาพแห้งแล้งในระยะยาว แต่เนื่องจากประเทศในภูมิภาคอาเซียนตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ในช่วงฤดูฝนจึงได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดหอบความชื้นปริมาณมหาศาลจากทะเลอันดามันและมหาสมุทรอินเดียเข้ามา โดยปีนี้ลมมรสุมมีกำลังค่อนข้างแรง

เมื่อลมที่เต็มไปด้วยความชื้นพัดเข้ามาปะทะกับร่องความกดอากาศต่ำหรือร่องมรสุมที่พาดผ่านพื้นที่ จึงทำให้แนวร่องมรสุมขยายตัวกว้างขึ้น และส่งผลให้พื้นที่ตอนบนของอาเซียนมีฝนตกหนักและตกชุกเป็นระยะ

2. การเบียดตัวของมวลอากาศเย็นจากประเทศจีน

ในช่วงเดือนกันยายน 2026 อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ร่องมรสุมทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก คือ มวลอากาศเย็นหรือบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมพื้นที่ตอนบนของประเทศเมียนมา ลาว และไทย

มวลอากาศเย็นซึ่งมีลักษณะแห้งและมีน้ำหนักมาก ได้เคลื่อนตัวลงมาดันและเบียดแนวร่องมรสุมให้เลื่อนลงมาพาดผ่านบริเวณภาคกลางและภาคตะวันออก การปะทะกันระหว่างมวลอากาศเย็นกับมวลอากาศร้อนชื้น ส่งผลให้เมฆฝนก่อตัวอย่างหนาแน่น จนกลายเป็นแนวฝนขนาดใหญ่

3. พายุหมุนเขตร้อนและหย่อมความกดอากาศต่ำ

ในช่วงฤดูมรสุมปี 2026 พบว่ามีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง รวมถึงพายุหมุนเขตร้อนก่อตัวขึ้นบ่อยครั้งในบริเวณทะเลจีนใต้ โดยพายุและหย่อมความกดอากาศต่ำเหล่านี้มักเคลื่อนตัวไปตามแนวร่องมรสุม

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ร่องมรสุมทวีกำลังแรงและขยายตัวเป็นวงกว้างมากขึ้น ส่งผลให้หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนเผชิญความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

4. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและอุณหภูมิน้ำทะเล

ภาวะโลกร้อนและสภาพอากาศสุดขั้ว (Extreme Weather) ที่เกิดขึ้นในปี 2026 ส่งผลให้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรโดยรอบสูงกว่าค่าปกติอย่างมาก เมื่อน้ำทะเลมีอุณหภูมิสูงขึ้น บรรยากาศจึงสามารถกักเก็บและอุ้มความชื้นไว้ได้มากขึ้นตามไปด้วย

เมื่อร่องมรสุมก่อตัวขึ้น จึงสามารถดึงความชื้นจำนวนมากเหล่านั้นเข้ามาสะสม จนมีพลังงานมหาศาล และก่อให้เกิดฝนตกสะสมในปริมาณมาก ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่

5. สรุปได้ว่า ฝนที่ตกหนักและร่องมรสุมที่มีขนาดใหญ่ในปี 2026 เกิดจากความชื้นมหาศาลที่ระเหยขึ้นจากน้ำทะเลภายใต้สภาวะเอลนีโญ ประกอบกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรง ขณะเดียวกันยังถูกความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาบดบังและตรึงแนวร่องมรสุมเอาไว้ ส่งผลให้ฝนตกต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนนำไปสู่การเกิดอุทกภัยในที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ