เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 มีรายงานว่า นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ อุบลราชธานี ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงให้ความรู้ทางกาแพทย์ เกี่ยวกับกรณี มั่วบ้านงาน ผ่านเพจเฟซบุ๊ก คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา โดยระบุว่า ทำไมบางคน "มั่วบ้านงาน" ได้เนียน จนไม่มีใครถามว่าเป็นใคร?
ช่วงนี้มีข่าวไวรัลที่ทั้งงงทั้งขำ เมื่อมีบุคคลหนึ่งเข้าไปยืนอยู่ในวงสัมภาษณ์ของคุณหนุ่ม กรรชัยและทีมทนายอย่างแนบเนียน จนแต่ละคนต่างคิดว่าเธอคงเป็นคนของอีกฝ่าย คุณหนุ่มคิดว่ามากับทนาย ขณะที่ทนายก็คิดว่าเป็นคนรู้จักของอีกคน สุดท้ายพอถามกันจริง ๆ กลับพบว่าแทบไม่มีใครรู้จักเธอเป็นการส่วนตัวเลยครับ สิ่งที่น่าสนใจในทางจิตวิทยาจึงไม่ใช่แค่ เธอเข้าไปได้อย่างไร แต่คือ ทำไมไม่มีใครถามตั้งแต่แรกว่า คนนี้คือใคร
คำอธิบายหนึ่งคือ Social Proof หรือการใช้พฤติกรรมของคนอื่นเป็นหลักฐานในการตัดสินสถานการณ์ สมองของเราไม่ได้ตรวจสอบทุกอย่างใหม่หมด แต่ชอบใช้ทางลัดว่า ถ้าทุกคนดูไม่สงสัย ก็คงไม่มีอะไรผิดปกติ ดังนั้นเมื่อเห็นใครสักคนยืนอยู่ข้างคนสำคัญอย่างเป็นธรรมชาติ พูดคุย พยักหน้า หรือทำเหมือนมีหน้าที่ คนอื่นก็ยิ่งคิดว่า คงเป็นทีมงานของใครสักคน และความเข้าใจผิดก็รับรองตัวเองต่อเป็นทอด ๆ ครับ
อีกกลไกคือการอาศัย พื้นที่สีเทาของสถานการณ์ เพราะบางครั้งเราไม่จำเป็นต้องพูดว่า ฉันเป็นทีมงาน เลยครับ แค่แต่งตัวให้เข้ากับบริบท ยืนถูกที่ และแสดงความมั่นใจ คนรอบข้างก็อาจเติมช่องว่างของข้อมูลให้เองว่าน่าจะเป็นผู้ช่วย มากับทนาย หรือเป็นคนรู้จักของใครบางคนครับ
จึงอาจพูดได้ว่า ความมั่นใจทำหน้าที่คล้ายบัตรผ่านชั่วคราวทางสังคม คนที่เดินเข้ามาแบบเก้ ๆ กัง ๆ อาจถูกถามทันทีว่า มาติดต่อใครครับ แต่คนที่ทำเหมือนรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ กลับทำให้คนอื่นลังเลที่จะถามครับ
อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรเอาคลิปไม่กี่คลิปไปวินิจฉัยว่าเจ้าตัวมีโรคหรือบุคลิกภาพแบบใด เพราะแรงจูงใจจริงอาจมีได้หลายอย่าง สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือเรื่องนี้กำลังเผยจุดบอดของมนุษย์ว่า บางครั้งเราไม่ได้เชื่อเพราะมีหลักฐาน แต่เชื่อเพราะเห็นว่าคนอื่นก็ดูเหมือนจะเชื่อครับ
พูดง่าย ๆ คนที่ มั่วบ้านงาน ได้สำเร็จ อาจไม่ได้เก่งแค่ทำตัวให้เนียน แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ พวกเราทุกคนช่วยกันทำให้เขาเนียนขึ้นโดยไม่รู้ตัว และถ้าวันหนึ่งเราเห็นใครยืนข้างคนสำคัญอย่างมั่นใจมาก ๆ ก็อย่าเพิ่งสรุปว่า ต้องเป็นคนของเขาแน่เลย เพราะเป็นไปได้ว่า คนข้าง ๆ เราก็กำลังคิดแบบเดียวกันอยู่ครับ