น่ากลัว! เปิด 4 โรคติดต่อ ถูกจัดเข้ากลุ่มต้องเฝ้าระวัง
น่ากลัว! เปิด 4 โรคติดต่อ ถูกจัดเข้ากลุ่มต้องเฝ้าระวัง
ข่าวสังคม - โซเชียล

น่ากลัว! เปิด 4 โรคติดต่อ ถูกจัดเข้ากลุ่มต้องเฝ้าระวัง

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2569 โดยมี นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วยคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อพิจารณาแนวทางดำเนินงานด้านการควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ รวมถึงสถานการณ์โรคสำคัญในประเทศและต่างประเทศ

นายพัฒนาเปิดเผยว่า ที่ประชุมได้พิจารณาร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง โดยมีข้อเสนอให้เพิ่มโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังอีก 4 โรค ได้แก่

1. โรคลีเจียนแนร์

2. ไข้ร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำชนิดรุนแรง (SFTS)

3. โรคติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจจากเชื้ออาร์เอสวี (RSV)

4. โรคงูสวัด

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังพิจารณาร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคแห่งชาติ เพื่อรองรับแผนงานดังกล่าวให้มีฐานะทางกฎหมาย และพัฒนาระบบสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคให้เป็นระบบเดียวกันแบบบูรณาการ โดยเชื่อมโยงข้อมูลการได้รับวัคซีนจากสถานพยาบาลของรัฐทั้งในและนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงโรงพยาบาลและคลินิกเอกชน

พร้อมขอความร่วมมือสถานพยาบาลทุกแห่ง โดยเฉพาะสถานพยาบาลเอกชน ให้รายงานข้อมูลการให้บริการวัคซีนเข้าสู่ระบบรายงานข้อมูลวัคซีน เพื่อให้สามารถติดตามและประเมินความครอบคลุมด้านวัคซีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังพิจารณาร่างคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เรื่องแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคแห่งชาติ เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกประสานการดำเนินงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ด้าน นพ.มณเฑียร กล่าวว่า สถานการณ์โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่ต้องติดตามในขณะนี้ พบการติดเชื้อโควิด-19 และ RSV ในกลุ่มเด็กเล็กอายุ 0-4 ปีค่อนข้างมาก ขณะที่โรคไข้หวัดใหญ่พบในเด็กอายุ 5-9 ปี จึงขอให้ประชาชนหมั่นสังเกตอาการ ดูแลสุขอนามัย หากมีอาการป่วยควรหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่น สวมหน้ากากอนามัย และเข้ารับการตรวจวินิจฉัยหรือพบแพทย์ตามความเหมาะสม

ส่วนสถานการณ์โรคโปลิโอ แม้ประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วย แต่กรมควบคุมโรคยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนสิงหาคม 2569 พบการระบาดในประเทศเพื่อนบ้าน จึงขอให้ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานอายุต่ำกว่า 1 ปี นำเด็กเข้ารับวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดน เพื่อเพิ่มความครอบคลุมของวัคซีนและลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาด

สำหรับโรคไข้เลือดออก นพ.มณเฑียรเปิดเผยว่า ปี 2569 พบผู้ป่วยสะสมแล้ว 25,948 ราย เสียชีวิต 39 ราย โดยปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือการมีโรคประจำตัวและการเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลล่าช้า หากมีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียสต่อเนื่องเกิน 2 วัน ร่วมกับอาการปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา หน้าแดง กระหายน้ำ หรือมีจุดเลือดออกใต้ผิวหนังบริเวณแขน ขา และลำตัว ควรรีบไปพบแพทย์ ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง

ขณะที่โรคฝีดาษวานร ปีนี้พบผู้ป่วยแล้ว 338 ราย เสียชีวิต 2 ราย จึงขอให้ประชาชนลดพฤติกรรมเสี่ยง หมั่นสังเกตอาการของตนเอง และหากมีอาการสงสัยหรือมีประวัติเสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็ว

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบการยกเลิกสาธารณรัฐยูกันดาจากการเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา หลังองค์การอนามัยโลกประกาศให้ยูกันดาเป็นประเทศปลอดโรคอีโบลาตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2569 เนื่องจากไม่พบผู้ป่วยรายใหม่เป็นเวลา 42 วันนับจากพบผู้ป่วยรายสุดท้าย

ทั้งนี้ คณะกรรมการด้านวิชาการในการประชุมเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกสาธารณรัฐยูกันดาจากการเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา สอดคล้องกับสถานการณ์การควบคุมโรคขององค์การอนามัยโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ