จากกรณีมีรายงานสามเณรอายุประมาณ 7 ขวบ ซึ่งเป็นเด็กสัญชาติเมียนมา มรณภาพจากเหตุจมน้ำภายในวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เกาะคา จ.ลำปาง เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยเบื้องต้นทางวัดให้ข้อมูลว่า สามเณรลงไปเล่นน้ำก่อนเกิดเหตุจมน้ำเสียชีวิต ขณะที่หลังเกิดเหตุไม่ได้มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบในทันที ล่าสุด ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง

โดย นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้สั่งการให้ นายกฤษณะ พินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยนายอำเภอเกาะคา เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะคา ลงพื้นที่ตรวจสอบวัดดังกล่าว เพื่อรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบสถานที่ พร้อมเตรียมสอบถามพระเจ้าอาวาสและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และหลังพบว่าสามเณรมรณภาพ รวมถึงตรวจสอบกรณีที่ไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าตรวจสอบทันทีหลังเกิดเหตุ เบื้องต้นทางวัดให้ข้อมูลว่า สามเณรลงไปเล่นน้ำก่อนเกิดเหตุจมน้ำและมรณภาพ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตได้ จึงต้องตรวจสอบพยานหลักฐานและข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องอย่างละเอียด

ขณะเดียวกัน จะมีการตรวจพิสูจน์และชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจากการจมน้ำตามข้อมูลเบื้องต้นหรือมีปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำผลการตรวจพิสูจน์มาประกอบการสอบสวน
สำหรับกรณีสามเณรเป็นเด็กสัญชาติเมียนมา เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอน ส่วนประเด็นการไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังเกิดเหตุ จะมีการสอบถามพระเจ้าอาวาสและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทราบถึงเหตุผลและข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน ซึ่งเหตุการณ์ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับสาเหตุการมรณภาพ และยังไม่สามารถยืนยันว่ามีการกระทำผิดหรือมีการปกปิดเหตุการณ์ ต้องรอผลชันสูตรและการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ก่อน

จากการสอบถามเบื้องต้น รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางเปิดเผยถึงกรณีการเปิดรับบริจาคว่า การเปิดรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือถือเป็นเรื่องที่ดี โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บัญชีที่ใช้รับบริจาคเป็นชื่อของพระลูกวัด และมีเงินบริจาคเข้ามาประมาณ 12,000 บาท ขณะนี้ทราบว่าได้ปิดรับบริจาคแล้ว และมีการโอนเงินจำนวนดังกล่าวจากบัญชีพระลูกวัดเข้าบัญชีของวัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบรายละเอียดต่อไป
ส่วนกรณีเหตุการณ์เสียชีวิตและไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น เจ้าหน้าที่ได้พูดคุยกับ เจ้าอาวาสวัดถ้ำขุมทรัพย์ เบื้องต้น โดยเจ้าอาวาสให้ข้อมูลว่า เกิดจากความเข้าใจว่า สามเณรเป็นเด็กอายุเพียงประมาณ 7 ขวบ และเป็นเด็กสัญชาติเมียนมา จึงคาดว่าอาจไม่จำเป็นต้องดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ และมีแนวคิดว่าจะนำร่างไปประกอบพิธีภายในวัด

อย่างไรก็ตาม เมื่อเป็นกรณีการเสียชีวิตผิดธรรมชาติ เจ้าหน้าที่ได้ประสานตำรวจให้ดำเนินการนำร่างสามเณรส่งไป ชันสูตรที่โรงพยาบาลลำปาง เพื่อพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงว่าเกิดจากการจมน้ำหรือมีปัจจัยอื่นเกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบร่องรอยตามร่างกายว่ามีบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายหรือไม่
ด้านเจ้าอาวาสให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุสามเณรหายออกไปจากบริเวณวัด พระและคนภายในวัดจึงช่วยกันออกตามหา กระทั่งพบรองเท้าของสามเณรอยู่บริเวณขอบสระน้ำภายในวัด จึงช่วยกันค้นหาในสระ ก่อนพบร่างสามเณรจมน้ำอยู่ในระดับความลึกประมาณ 1 เมตร และนำร่างขึ้นมา โดยขณะพบร่างยังมีสภาพที่เชื่อว่าเพิ่งเสียชีวิตได้ไม่นาน
หลังพบร่าง ทางวัดได้พูดคุยกับครอบครัวของสามเณร โดยเจ้าอาวาสระบุว่า สามเณรเป็นเด็กที่พระและคนในวัดรู้จักและคุ้นเคย มักเข้ามาพูดคุยและเล่นกับพระอยู่เป็นประจำ เป็นเด็กที่น่ารัก ร่าเริง และซุกซนตามวัย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลจากพระภายในวัด ผู้เกี่ยวข้อง และครอบครัว รวมถึงรอผลชันสูตรจากโรงพยาบาลลำปาง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อสรุปว่าสามเณรมรณภาพจากสาเหตุใด และยังไม่สามารถยืนยันว่ามีการกระทำผิดหรือมีการปกปิดเหตุการณ์ ต้องรอผลการชันสูตรและการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ก่อน.