คนจะรวยช่วยไม่ได้! วิน จยย. ซื้อของเก่ามา 150 บาท ตัดสินใจเอาไปหลอมขาย สุดท้ายทำน้ำตาซึม
คนจะรวยช่วยไม่ได้! วิน จยย. ซื้อของเก่ามา 150 บาท ตัดสินใจเอาไปหลอมขาย สุดท้ายทำน้ำตาซึม
ข่าวสังคม - โซเชียล

คนจะรวยช่วยไม่ได้! วิน จยย. ซื้อของเก่ามา 150 บาท ตัดสินใจเอาไปหลอมขาย สุดท้ายทำน้ำตาซึม

ฟังข่าวนี้

จากกรณีร้านมังกรหลอมทอง หน้าหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี โพสต์คลิปเรื่องราวของหนุ่มขับวินจักรยานยนต์รายหนึ่ง ซึ่งนำกล่องเงินเก่าและกำไลข้อมือที่มีลักษณะคล้ายทองปลอมเข้ามาให้ทางร้านตรวจสอบ ก่อนพบว่าทั้งสองชิ้นเป็นของแท้ สามารถนำมาหลอมและขายได้เงินรวมกว่า 1 แสนบาท สร้างความดีใจให้กับเจ้าตัวและแฟนสาวเป็นอย่างมาก

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 โดยนายศิรศักดิ์ บุตรไชย พนักงานร้าน ตำแหน่งช่างหลอม เป็นผู้ตรวจสอบสิ่งของที่ลูกค้านำมาให้ โดยใช้เครื่องตรวจสอบมาตรฐานสำหรับตรวจวิเคราะห์ส่วนประกอบของโลหะ เพื่อดูว่าเป็นเงินหรือทองแท้ รวมถึงตรวจสอบเปอร์เซ็นต์ของโลหะที่อยู่ภายใน

นายโชคเชิด ด้วงเงิน อายุ 45 ปี หนุ่มขับวินจักรยานยนต์รับจ้าง เบอร์ 53 เปิดเผยว่า ช่วงวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ จะมีตลาดเปิดท้ายขายของเก่าบริเวณริมทางรถไฟรังสิต ตนจึงมักออกไปหาซื้อของเก่ามาขายต่อหรือเก็บสะสม

วันเกิดเหตุ ตนไปเดินตลาดและพบกล่องเงินแบบเก่า จึงตัดสินใจซื้อมาในราคาเพียง 100 บาท ส่วนกำไลข้อมืออีกชิ้นมีลักษณะคล้ายทองปลอม ซื้อมาในราคาเพียง 50 บาท ก่อนนำของทั้งสองชิ้นไปให้ร้านมังกรหลอมทองตรวจสอบ โดยเดินทางไปพร้อมกับแฟนสาว

นายศิรศักดิ์ กล่าวว่า ในวันดังกล่าวลูกค้านำของเก่ามาให้ตรวจสอบ 2 ชิ้น โดยชิ้นแรกมีลักษณะคล้ายตลับหรือกล่องเงิน ซึ่งเมื่อมองด้วยตาเปล่าก็พอประเมินได้ว่าอาจเป็นเงิน แต่ทางร้านยังต้องตรวจสอบอย่างละเอียดด้วยเครื่องตรวจโลหะมาตรฐานจากประเทศเยอรมนี เพื่อให้ทราบส่วนประกอบและเปอร์เซ็นต์ของโลหะอย่างชัดเจน

ส่วนกำไลข้อมือ ตอนแรกเมื่อดูด้วยตาเปล่า ตนคิดว่าไม่น่าจะใช่ทอง แต่เนื่องจากร้านจะตรวจสอบทุกชิ้นอย่างละเอียด จึงนำเข้าเครื่องตรวจสอบ ปรากฏว่าเครื่องแสดงค่าเปอร์เซ็นต์ทองออกมา

จากนั้นทางร้านได้ขออนุญาตลูกค้าเปิดผิวของกำไลเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม และนำเข้าเครื่องตรวจซ้ำอีกครั้ง ผลปรากฏว่าค่าเปอร์เซ็นต์ทองยังคงอยู่ในระดับเดิม ยืนยันว่ามีทองคำอยู่จริง โดยทองชิ้นดังกล่าวมีเปอร์เซ็นต์ประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์

เมื่อนำมาชั่งและคำนวณตามราคาทองในวันนั้น พบว่ากล่องเงินมีน้ำหนัก 156.88 กรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 9,844 บาท ขณะที่กำไลข้อมือทองมีน้ำหนัก 24.30 กรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 94,881 บาท รวมทรัพย์สินทั้งสองชิ้นเป็นเงินทั้งสิ้น 104,725 บาท

นายศิรศักดิ์ กล่าวว่า หลังทราบผลตรวจ นายโชคเชิดและแฟนสาวต่างรู้สึกดีใจอย่างมาก โดยฝ่ายหญิงถึงกับน้ำตาซึม เพราะตอนแรกทั้งคู่ไม่คาดคิดว่ากำไลที่ซื้อมาจากตลาดของเก่าในราคาเพียง 50 บาท จะกลายเป็นทองคำแท้และมีมูลค่าเกือบ 1 แสนบาท

ด้านนายโชคเชิด เล่าว่า ก่อนจะพบของมีค่าดังกล่าว ชีวิตกำลังประสบปัญหา เนื่องจากรถจักรยานยนต์ที่ใช้ประกอบอาชีพขับวินรับจ้างบริเวณย่านวัดรังสิตถูกขโมยไปจากหน้าบ้าน ทำให้ต้องไปยืมรถจักรยานยนต์เก่าของแม่มาใช้ขับวินแทน

หลังจากนั้นยังคงออกไปหาซื้อของเก่าตามตลาดต่าง ๆ จนกระทั่งได้กล่องเงินและกำไลข้อมือมาในราคาเพียง 150 บาท และนำไปตรวจที่ร้านมังกรหลอมทอง จนพบว่าเป็นของมีค่าและสามารถขายได้เงินกว่า 1 แสนบาท

เจ้าตัวมองว่าเป็นทั้งเรื่องของดวงและความโชคดี โดยเฉพาะการได้พบร้านที่ตรวจสอบทองอย่างละเอียด เพราะที่ผ่านมาเคยนำของไปตรวจที่ร้านอื่น แต่ส่วนใหญ่ตรวจให้เพียงคร่าว ๆ หากวันนั้นร้านไม่ได้ตรวจสอบกำไลอย่างละเอียด ทองชิ้นดังกล่าวอาจถูกนำกลับไปเก็บไว้ที่บ้านหรือถูกทิ้งไปโดยไม่รู้ว่ามีมูลค่า

เงินที่ได้จากการขายของเก่าครั้งนี้ ทำให้ตนสามารถนำไปซื้อรถจักรยานยนต์คันใหม่ที่มีสภาพดี เพื่อใช้ประกอบอาชีพขับวินและทำมาหากินต่อไป

นายโชคเชิด ยังบอกด้วยว่า ปัจจุบันยังคงทำอาชีพเสริมด้วยการออกไปหาของเก่าตามตลาดต่าง ๆ พร้อมพยายามศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับสิ่งของโบราณและโลหะมีค่าเพิ่มเติม โดยมักพกกล้องส่องพระติดตัวไปด้วย เพื่อใช้ตรวจสอบรายละเอียดและรอยตอกบนสิ่งของว่ามีการระบุค่าทองหรือค่าเงินไว้หรือไม่

ก่อนหน้านี้เคยซื้อปากกาแบบสามเหลี่ยมรุ่นเก่ามาในราคาเพียง 10 บาท เมื่อนำกล้องส่องดูพบว่ามีรอยตอกระบุ "13K" จึงนำไปให้ร้านตรวจสอบ และพบว่าเป็นเงินแท้ สามารถขายได้ราคามากกว่า 1,000 บาท ทำให้เจ้าตัวยิ่งมั่นใจที่จะเรียนรู้และออกตามหาของเก่าที่อาจซ่อนมูลค่าอยู่ต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ