ช็อกกลางวง! หญิงวัย 56 อาการคล้ายองค์ลง ตะโกนลั่นสำนักสงฆ์ คัดค้านย้าย หินโบราณพันปี หลังกรมศิลป์เตรียมรับเก็บพิพิธภัณฑ์
ช็อกกลางวง! หญิงวัย 56 อาการคล้ายองค์ลง ตะโกนลั่นสำนักสงฆ์ คัดค้านย้าย หินโบราณพันปี หลังกรมศิลป์เตรียมรับเก็บพิพิธภัณฑ์
ข่าวสังคม - โซเชียล

ช็อกกลางวง! หญิงวัย 56 อาการคล้ายองค์ลง ตะโกนลั่นสำนักสงฆ์ คัดค้านย้าย หินโบราณพันปี หลังกรมศิลป์เตรียมรับเก็บพิพิธภัณฑ์

ฟังข่าวนี้

วันที่ 3 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำนักสงฆ์โคกเก่า บ้านโคกเก่า หมู่ที่ 3 ตำบลกระเทียม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ หลังเกิดกระแสความไม่สบายใจในหมู่ชาวบ้าน กรณีทราบว่าเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรจะเข้ามารับ “หินโบราณพันปี” ที่ชาวบ้านขุดพบในพื้นที่สำนักสงฆ์โคกเก่า เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ให้ความเคารพและศรัทธา ไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์  

เหตุการณ์เริ่มขึ้นเวลาประมาณ 10.00 น. หลังผู้ใหญ่บ้านโทรศัพท์แจ้งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านว่า เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรจังหวัดสุรินทร์จะเดินทางมารับวัตถุโบราณดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างพากันมารวมตัวกัน เพื่อขอพูดคุยและคัดค้านการเคลื่อนย้าย โดยใช้เวลาหารือและปรึกษาหารือร่วมกันประมาณ 3 ชั่วโมง

ระหว่างการพูดคุยได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ขณะเดียวกัน นางหงา สวัสดี อายุ 56 ปี ชาวบ้านโคกเก่า ซึ่งอยู่ในบริเวณดังกล่าว เกิดอาการคล้ายหมดสติและมีอาการที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็น “องค์ลง” พร้อมพูดเสียงดังในลักษณะว่าไม่ต้องการให้เคลื่อนย้ายหินโบราณออกจากสำนักสงฆ์ ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันตกใจ

หลังอาการสงบ เจ้าหน้าที่และชาวบ้านต้องช่วยกันประคับประคอง โดยใช้ยาดมและยาหม่องช่วยเหลือเบื้องต้น ก่อนที่เจ้าตัวจะกลับมารู้สึกตัว

นางหงา เปิดเผยภายหลังว่า ขณะเกิดเหตุไม่รู้สึกตัว และยอมรับว่าก่อนหน้านี้ไม่อยากมาร่วมเหตุการณ์ เพราะกลัวว่าจะเกิดอาการดังกล่าว แต่เมื่อทราบว่ามีเจ้าหน้าที่จะมาเคลื่อนย้ายหินโบราณ จึงตัดสินใจเดินทางมา เพราะเป็นห่วงว่าของโบราณที่ชาวบ้านเคารพจะถูกนำออกจากพื้นที่

ด้าน นางประสบ จั่นนุบิน อายุ 72 ปี ชาวบ้านโคกเก่า กล่าวว่า รู้สึกตกใจและเสียดายจนแทบจะร้องไห้ เพราะเกรงว่าหากนำหินโบราณออกไปแล้วอาจไม่ได้กลับคืนมา โดยก่อนหน้านี้เคยมีเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาตรวจสอบแล้วครั้งหนึ่ง และเคยแนะนำให้ชาวบ้านช่วยกันเก็บรักษาไว้และดูแลเพื่อการสักการบูชา

นางประสบ กล่าวว่า อยู่ๆ เมื่อทราบว่าจะมีการนำหินโบราณไปเก็บไว้ที่จังหวัดสุรินทร์ ทำให้ชาวบ้านตั้งตัวไม่ทันและรู้สึกเสียใจ อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ชาวบ้านได้ช่วยกันพูดคุยและขอให้ยังไม่มีการเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่

ขณะที่ นางหงา จันทร์นุบิน อายุ 54 ปี แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวในหมู่บ้าน เล่าว่า หลังทราบข่าวว่าจะมีการนำหินโบราณพันปีออกจากพื้นที่ จึงตัดสินใจหยุดขายก๋วยเตี๋ยวและเดินทางมาร่วมกับชาวบ้านเพื่อคัดค้าน โดยวันดังกล่าวขายก๋วยเตี๋ยวได้เพียงจานเดียว ก่อนมานั่งรอพูดคุยกับเจ้าหน้าที่

นางหงา กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ในที่สุดยังไม่มีการนำหินโบราณออกไปจากหมู่บ้าน เพราะชาวบ้านมีความศรัทธาและเชื่อว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่ชุมชน หากต้องนำออกไปจริง เชื่อว่าชาวบ้านจำนวนมากคงรู้สึกเสียใจ

ด้าน นางปริญญา สุขใหญ่ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์ ให้ข้อมูลกับชาวบ้านว่า ต้องการให้ชาวบ้านช่วยกันดูแลรักษาวัตถุโบราณที่พบในพื้นที่ ไม่ให้ชำรุดหรือสูญหาย และให้ช่วยกันดูแลรักษาไว้เป็นอย่างดี โดยมีการพูดคุยว่าจะให้เวลาชาวบ้านดูแลไปจนถึงช่วงปีใหม่ ก่อนจะดำเนินการนำวัตถุโบราณไปเก็บรักษาที่จังหวัดสุรินทร์

ขณะนี้ชาวบ้านยังต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาพูดคุยทำความเข้าใจอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องเหตุผลในการเคลื่อนย้าย สถานที่จัดเก็บ การดูแลรักษา และโอกาสที่ชาวบ้านจะสามารถเข้าสักการะหรือเยี่ยมชมวัตถุโบราณดังกล่าวได้ในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ