กลายเป็นประเด็นร้อนแรงบนโลกออนไลน์ หลัง TikTok ของ ต้นอ้อเป็นหนึ่ง ออกมาโพสต์เล่าเรื่องราวสุดพีคภายใต้แฮชแท็ก #โดนโกนหัวที่บาร์โฮส ถึงพฤติกรรมของหญิงสาววัยรุ่นรายหนึ่ง ซึ่งคาดว่าอายุอาจจะยังไม่ถึง 20 ปี ที่มีพฤติกรรมชอบเที่ยวบาร์โฮสหลายแห่ง แต่กลับมีพฤติกรรม ไม่ยอมจ่ายเงิน จนบรรดามาม่าซังและเด็กในร้านต่างจำหน้าได้แม่น
โดยรายงานระบุว่า หญิงสาวคนดังกล่าวทำพฤติกรรม ชักดาบ มาแล้วหลายครั้งในหลายร้าน จนกระทั่งล่าสุดได้ไปเที่ยวร้านบาร์โฮสแห่งหนึ่งย่านปิ่นเกล้า และพยายามใช้วิธีเดิมคือสั่งเครื่องดื่มและเรียกเด็กมาดูแล แต่เมื่อถึงเวลาชำระเงินกลับไม่ยอมจ่าย แต่ครั้งนี้ทางฝั่งผู้จัดการร้านจึงตัดสินใจ แก้เผ็ด เพื่อดัดหลังพฤติกรรมชักดาบ โดยจับทำสัญญาซื้อขายผมในราคา 3,000 บาท เพื่อนำเงินมาขัดดอก/ชดใช้ค่าบริการ แต่เรื่องราวกลับพีคยิ่งกว่า เมื่อทางร้านลงมือ โกนหัวเกลี้ยงเหมือนแม่ชี แทนที่จะเป็นการตัดผมแบบทั่วไป
อย่างไรก็ตาม จากการกระทำดังกล่าว ชาวเน็ตได้วิจารณ์เสียงแตกเป็น 2 ฝ่าย อย่างชัดเจน ฝั่งนึงมองว่าร้านทำเกินกว่าเหตุ เพราะถึงแม้หญิงสาวจะทำผิดกฎหมายฐานชักเบี้ยวค่าบริการจริง แต่ทางร้านไม่มีสิทธิ์ไปลงโทษด้วยการละเมิดร่างกายหรือโกนหัว ควรใช้กระบวนการทางกฎหมายแจ้งความดำเนินคดีมากกว่า ส่วนอีกฝ่ายมองว่าสมควรแล้ว ถือเป็นการดัดหลังที่เหมาะสม เพราะหญิงสาวรายนี้มีพฤติกรรมตั้งใจมาโกงและทำแบบนี้กับหลายร้านมาแล้วหลายครั้ง หากไม่เจอบทเรียนที่เด็ดขาดก็คงจะไปก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนให้ร้านอื่นอีก

ต่อมา นางชลิดา พะละมาตย์ ประธานกลุ่มเป็นหนึ่ง หรือ ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้โพสต์เรื่องราวนี้ไป เพื่ออยากได้ข้อเท็จจริงจากทั้งสองฝ่าย ทั้งฝั่งผู้จัดการร้านและตัวน้องผู้หญิง ทางร้านก็ได้ติดต่อกลับมาเมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา โดยทางร้านเล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา น้องผู้หญิงคนนี้เข้ามาเที่ยว ใช้บริการไปเกือบ 60,000 บาท แต่ไม่มีเงินจ่าย และยังพบว่าใช้ บัตรประชาชนปลอม ในการเข้าร้านด้วย ทางร้านแจ้งว่าน้องมีพฤติกรรมไปเที่ยวหลายสถานที่แล้ว กินแล้วไม่จ่าย ในลักษณะนี้มาหลายครั้งแล้ว
ทางผู้จัดการร้านจึงให้น้องทำสัญญาซื้อขายเส้นผมเป็นเงิน 3,000 บาท เพื่อหักค่าน้ำและค่าบริการ โดยในสัญญาระบุว่า ยินยอมให้ตัดและโกนผม ตนจึงถามกลับไปว่า ทำไมไม่พาไปแจ้งความดำเนินคดีเลย และ ถ้าจะเอาผมไปบริจาค ทำไมต้องโกนศีรษะน้องขนาดนั้น แต่ทางร้านกลับอ้างว่า เอาผมให้น้องในร้านไปบริจาค แต่ไม่ได้ระบุสถานที่ชัดเจน

ขณะเดียวกันคุณต้นอ้อยังบอกอีกว่า เข้าใจทางร้านนะว่า เขามีต้นทุนในการทำธุรกิจ น้องๆ ที่ทำงานก็ต้องหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว แต่การกระทำแบบนี้ มันเป็นการทำเกินกว่าเหตุและผิดกฎหมาย ถึงแม้น้องจะยินยอมในสถานการณ์นั้น แต่เราก็ไม่รู้ว่ามีแรงกดดันอะไรหรือเปล่า ซึ่งล่าสุด ทางร้านได้ออกมาขอโทษสังคมผ่านตนเองแล้ว และยอมรับว่าผู้จัดการร้านใจร้อนเกินไปเพราะความโมโห ซึ่งทางร้านเตรียมจะติดต่อประสานไปยังครอบครัวของน้องเพื่อเข้าเยียวยาต่อไป
นอกจากนี้ ต้นอ้อ อยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ พม. ให้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่และสภาพจิตใจของน้องด้วย เพราะดูแล้วน้องน่าจะอายุไม่ถึง 20 ปี อาจจะยังเป็นเยาวชน และไม่แน่ใจว่าป่วยหรือมีปัญหาทางจิตหรือไม่ ถึงมีพฤติกรรมชอบออกมาเที่ยวกลางคืนทั้งที่ไม่มีเงินแบบนี้ ก็อยากฝากไว้เป็นอุทาหรณ์ ร้านอย่าใช้กฎหมู่เหนือกฎหมาย ถ้าพบเหตุชักดาบหรือโกง ควรพาไปแจ้งความดำเนินคดี ให้กฎหมายจัดการจะดีที่สุดและยุติธรรมกับทุกฝ่าย