จากกรณีเกิดเหตุการณ์ที่สร้างความกังวลให้กับครู นักเรียน และผู้ปกครองของโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ พบว่านักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 อายุ 15 ปี ใช้บัญชีสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ข้อความในลักษณะข่มขู่ครู พร้อมโพสต์ภาพอาวุธปืนและคลิปวิดีโอซ้อมยิงปืน จนเกิดความหวั่นเกรงว่าอาจนำไปสู่เหตุรุนแรงภายในสถานศึกษา เมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 สิงหาคม 2569

หลังทราบเรื่อง ทางโรงเรียนได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดูแลความปลอดภัยและเฝ้าระวังสถานการณ์ทันที เนื่องจากผู้ปกครองและนักเรียนที่พบเห็นข้อความดังกล่าวต่างเกิดความไม่สบายใจ ขณะที่โรงเรียนตัดสินใจปรับการจัดการเรียนการสอนเป็นระบบออนไลน์ 100% เป็นเวลา 2 วัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจให้กับนักเรียนและผู้ปกครอง
พ.ต.อ.ฐิติภัทร อนุณเวทย์วานิช ผกก.สภ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า โรงเรียนสมเด็จพิทยาคม (ขอสงวนชื่อโรงเรียน) โดย ดร.ภูมิศักดิ์ แสนกันยา ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้ประสานขอให้ตำรวจเข้ามาดูแลความปลอดภัย หลังตรวจพบการเผยแพร่ข้อความข่มขู่ครู รวมถึงภาพอาวุธปืนและคลิปซ้อมยิงปืนผ่านสื่อสังคมออนไลน์
ตำรวจตรวจสอบบัญชีที่เผยแพร่ข้อความดังกล่าว พบว่าเป็นของ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 ของโรงเรียน อย่างไรก็ตาม ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุ นายเอไม่ได้อยู่ภายในโรงเรียน และยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น
พ.ต.อ.ฐิติภัทรจึงรายงานสถานการณ์ให้ พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ทราบ ก่อนมีคำสั่งให้ตำรวจชุดป้องกันปราบปรามและชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวนักเรียนรายดังกล่าว พร้อมตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอาวุธปืน เพื่อป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้น

ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายเอพักอาศัยอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.นามน จ.กาฬสินธุ์ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านพัก กระทั่งพบตัวนายเออยู่ภายในบ้านพร้อมเพื่อน ตำรวจจึงควบคุมตัวไว้เพื่อสอบถามและขยายผลถึงอาวุธปืนที่ปรากฏอยู่ในโพสต์
จากการตรวจสอบ นายเอให้ข้อมูลว่าได้นำอาวุธปืนไปฝังดินไว้บริเวณบ้านเพื่อน เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นและพบอาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ พร้อมปลอกกระสุนปืนขนาดเบอร์ 12 ที่ยิงแล้วจำนวน 1 ปลอก จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง ก่อนนำตัวนายเอเข้าสอบสวน
เบื้องต้น นายเอให้การสารภาพว่า ซื้ออาวุธปืนดังกล่าวจากเพื่อนผ่านช่องทางออนไลน์ในราคา 3,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จากนั้นนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.นามน ซึ่งเป็นพื้นที่จับกุม เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย

ด้าน ดร.ภูมิศักดิ์ แสนกันยา ผู้อำนวยการโรงเรียน เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุครั้งนี้ นักเรียนคนดังกล่าวเคยมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับอาวุธปืนมาก่อน โรงเรียนจึงได้เชิญผู้ปกครองเข้ามาพูดคุย ตักเตือน และขอความร่วมมือให้ช่วยกันดูแลและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักเรียน
กระทั่งต่อมาครูและบุคลากรของโรงเรียนพบคลิปวิดีโอที่นักเรียนเผยแพร่ ซึ่งมีภาพการซ้อมยิงปืน จึงติดต่อผู้ปกครองเพื่อขอเข้าไปเยี่ยมบ้านและพูดคุยทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม นักเรียนเข้าใจว่าการที่ครูและโรงเรียนติดต่อผู้ปกครองเป็นการตำหนิหรือกล่าวหาว่าตนเองกระทำผิด ทั้งที่เจ้าตัวมองว่าก่อนหน้านี้ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว จึงเกิดความไม่พอใจ ก่อนนำไปสู่การโพสต์ข้อความในลักษณะข่มขู่ทำร้ายครู พร้อมเผยแพร่ภาพอาวุธปืนอีกครั้ง
เมื่อข้อความและภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่และส่งต่อในสื่อสังคมออนไลน์ จึงทำให้ครู นักเรียน และผู้ปกครองเกิดความหวาดวิตก โรงเรียนจึงตัดสินใจประสานตำรวจเข้าระงับและป้องกันเหตุ รวมถึงติดตามตัวนักเรียนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
สำหรับมาตรการด้านความปลอดภัย โรงเรียนได้ประกาศปรับรูปแบบการเรียนการสอนเป็นกรณีพิเศษ โดยให้นักเรียนเรียนออนไลน์ 100% จากที่พักอาศัย เป็นเวลา 2 วัน คือวันที่ 27 และ 28 สิงหาคม 2569 เพื่อป้องกันความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจแก่ผู้ปกครองและนักเรียน ก่อนจะประเมินสถานการณ์และกำหนดแนวทางการจัดการเรียนการสอนในระยะต่อไป