วันนี้ (24 ส.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ สำนักงานกฎหมาย Thanakrit Law Firm ถนนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง นายอรงกรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี หนุ่มลพบุรีสุดช้ำ เข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือจาก นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ หลังโดนแฟนสาวชาวลาวที่คบหากันมา 5 ปี มีลูกด้วยกัน 1 คน หนีไปกับชายอื่น ซึ่งในระหว่างคบกันพบว่าฝ่ายหญิง มีการคบหาผู้ชายอยู่ประมาณ 6 คน ตนเองหมดเงินไปกับฝ่ายหญิงเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันตนอยู่ในสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ อยากให้ฝ่ายหญิงกลับมาหาลูกและเข้ามาคุยกัน เพื่อหาทางออกร่วมกัน โดยเฉพาะเรื่องลูก พร้อมฝากเตือนชายรายอื่นให้ระมัดระวัง หวั่นตกเป็นผู้เสียหายเช่นเดียวกับตน
โดยมีการเผยแพร่คลิป ที่ฝ่ายสามีได้เข้าไปในห้องพักและพบภรรยาอยู่กับชายอื่นในห้องในสภาพเปลือยกาย ก่อนจะกล่าวถามด้วยความเสียใจและผิดหวัง ทำนองว่า ทำแบบนี้ได้อย่างไร พร้อมตั้งคำถามว่าภรรยาอ้างว่าออกไปทำงาน แต่กลับมาพบชายอื่น ทั้งที่ลูกยังอยู่ที่บ้าน เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้กับฝ่ายสามีอย่างมาก โดยเจ้าตัวต้องการเปิดเผยเรื่องราวเพื่อขอความเป็นธรรมและเตือนเป็นอุทาหรณ์

นายบอย (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี ผู้เสียหายเปิดเผยว่า ตนเองคบหากับภรรยา ซึ่งเป็นสาวลาวนานประมาณ 5 ปี มีลูกด้วยกัน 1 คน แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสด้วยกัน ตนเองทำงานขับรถคอก เข้างานประมาณ 6 โมงเลิกงาน 01:00 - 02:00 น. ขับรถวันละ 1,000 กิโลเมตร แทบทุกวัน มีเวลานอนแค่วันละ 1 ชั่วโมงถึงชั่วโมงครึ่ง จากนั้นตื่นไปทำงาน หาเงินมาได้อาทิตย์ละ 10,000 บาท เวลาได้เงินมาจะให้ภรรยาทั้งหมด
แต่เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2568 เริ่มจับสังเกตว่าแฟนสาวพูดคุยกับผู้ชายคนอื่นหลายคน ตนเองจับได้หลายครั้งและบอกให้เลิกรา พอระยะเวลาผ่านไปก็มีคนใกล้ชิดมาบอกว่า ภรรยาของตนเป็นคนเจ้าชู้ ไปคบหากับเพื่อนที่โรงงาน ก่อนในวันที่ 26 มีนาคม 2569 จะเกิดเหตุที่ทำให้ตนเองเสียใจอย่างหนัก หลังสงสัยว่าภรรยาสาวไม่กลับบ้านตามเวลา และอ้างว่าไปนอนห้องเพื่อน ตนจึงเดินทางไปหาที่ห้องเพื่อนพร้อมลูก ก่อนพบว่าแฟนสาวอยู่ภายในห้องกับชายอีกคนในสภาพเปลือยกาย ขณะนั้นยอมรับว่า เกิดความโกรธและใช้อารมณ์จนมีการทำร้ายร่างกายแฟนสาว ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากความโมโหและยอมรับว่าการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ผิด

หลังเหตุการณ์ดังกล่าว ตนเองและภรรยายังกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกระยะหนึ่ง แต่ตนเองก็ยังจับได้ว่า ภรรยายังแอบพูดคุยกับผู้ชายคนอื่นอีกหลายครั้ง โดยบางครั้งเป็นคนที่รู้จักจากที่ทำงาน และบางครั้งติดต่อกันผ่านโซเชียล ทำให้เกิดปัญหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตนเองพยายามพูดคุยและให้อภัยหลายครั้ง จนถึงขั้นที่รู้ว่าเขาท้องกับชู้แล้วตนเองต้องพาไปทำแท้ง เพราะต้องการรักษาครอบครัวและไม่อยากให้ลูกได้รับผลกระทบ
ต่อมา วันที่ 4 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมาเป็นวันเกิดของตนเอง แต่ภรรยาโทรมาหาตนเองระหว่างทำงานว่า บอกเลิก และบอกว่าจะไปแล้ว ทำให้ตนเองมันเจ็บที่สุด จากนั้น ตนเองกลับที่บ้านและไปตามหาภรรยาที่โรงพยาบาล และเกิดการโต้เถียงกันรุนแรง โดยตนเองยอมรับว่ามีการดึงแขนแฟนสาวขึ้นรถ และขณะเกิดเหตุได้หยิบคัตเตอร์ขึ้นมาข่มขู่ ก่อนจะทิ้งคัตเตอร์ไปในภายหลัง จากนั้นภรรยาเข้าแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งตนเองยืนยันว่าพร้อมรับผิดในส่วนที่ตนเองกระทำ

สิ่งที่ทำให้ตนเองช้ำใจที่สุด คือคำพูดของภรรยาที่ระบุว่า ไม่ได้รักมาตั้งแต่แรก เป็นสิ่งที่ทำให้ตนเองเจ็บปวดอย่างมาก เพราะตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกัน ตนเองเป็นฝ่ายทำงานและดูแลครอบครัว รวมถึงช่วยเหลือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และยังคงส่งเงินเพื่อดูแลลูกที่ปัจจุบันอยู่กับพี่สาวของฝ่ายหญิง
แม้ความสัมพันธ์จะสร้างความเจ็บปวดและผิดหวังอย่างมาก แต่ลึก ๆ พร้อมยอมรับว่าหากฝ่ายหญิงต้องการกลับมาพูดคุยเรื่องลูกและความรับผิดชอบต่าง ๆ ตนเองอยากฝากเงินค่าห้องไม่อยากให้ภรรยาไปทำกับคนอื่นอีก พร้อมเตือนผู้ชายให้ระมัดระวังสักวันต้องเป็นผู้เสียหายเหมือนกับตน