เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยผ่านรายการ ชั่วโมงข่าวเสาร์-อาทิตย์ ถึงสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว และอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบพื้นที่ เก็บรวบรวมหลักฐาน รวมถึงติดตามเบาะแสกลุ่มผู้ก่อเหตุ
เบื้องต้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีลักษณะมุ่งโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและทรัพย์สินของทางราชการ ทั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์ กล้องวงจรปิด และระบบสื่อสาร นอกจากนี้ยังมีการเผาศาลาที่พักริมทางและจุดไฟเผายางรถยนต์บนถนน โดยเจ้าหน้าที่ประเมินว่าเป็นการสร้างสถานการณ์และแสดงศักยภาพของกลุ่มผู้ก่อเหตุ
จากเหตุการณ์ดังกล่าว เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ขณะที่ จ.นราธิวาส มีประชาชนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 คน ส่วนกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลว่า เฮลิคอปเตอร์ของเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธยิงใส่ประชาชนในพื้นที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส พ.อ.เอกวริทธิ์ ระบุว่า ได้ประสานตรวจสอบกับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสแล้ว พบว่าในช่วงเวลาที่เกิดเหตุมีเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินจริง แต่เป็นภารกิจลาดตระเวนและตรวจการณ์ เพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่
พ.อ.เอกวริทธิ์ยืนยันว่า ไม่มีการใช้อาวุธยิงจากเฮลิคอปเตอร์ลงมายังประชาชนตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูล โดยอาจเกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม กอ.รมน.ภาค 4 สน. จะตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าวอย่างละเอียดอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน กอ.รมน.ภาค 4 สน. ยังติดตามกรณีรถกระบะที่มีการแจ้งเตือนว่าถูกขโมย เนื่องจากเกรงว่าอาจถูกนำไปใช้ก่อเหตุรุนแรง โดยมีกระแสข่าวว่ารถคันดังกล่าวถูกนำไปเผาทำลาย แต่จากการตรวจสอบของหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ เบื้องต้นยังไม่พบเหตุการณ์ดังกล่าว จึงมีการประเมินว่าอาจเป็นข้อมูลเท็จที่สร้างขึ้นเพื่อหลอกล่อเจ้าหน้าที่ให้เข้าไปตรวจสอบ ก่อนฉวยโอกาสก่อเหตุซ้ำในบริเวณดังกล่าว
สำหรับสถานการณ์ในขณะนี้ พ.อ.เอกวริทธิ์ระบุว่า ประชาชนยังสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ แต่ขอให้หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้จุดเกิดเหตุ เพื่อเปิดพื้นที่ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเต็มที่
พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือประชาชนช่วยสอดส่อง หากพบวัตถุต้องสงสัยหรือสิ่งผิดปกติในพื้นที่ ขออย่าเข้าไปสัมผัสหรือเคลื่อนย้ายด้วยตนเอง และให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อป้องกันอันตรายและไม่ให้กระทบต่อการตรวจสอบเหตุการณ์