วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 13.30 น. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานแถลงข่าว สคบ. ผนึกกำลัง สมอ. ปราบปรามการจำหน่ายของเล่นสกุชชี่ (Squishy) ที่ไม่ได้มาตรฐาน หลังบูรณาการกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งจำหน่ายบริเวณตลาดสำเพ็ง โดยมีนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และนายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ร่วมแถลงข่าว ณ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)
การตรวจยึด สกุชชี่ (Squishy) ที่ไม่ได้มาตรฐานครั้งนี้สืบเนื่องมาจากที่ปัจจุบัน ของเล่นประเภทนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ขณะที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงของสกุชชี่ที่ไม่มีฉลาก ไม่มีแหล่งที่มาชัดเจน หรืออาจมีสารเคมีที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย ดังนั้น การตรวจสอบและควบคุมสินค้ากลุ่มดังกล่าวจึงเป็นมาตรการสำคัญในการ ป้องกันก่อนเกิดความเสียหาย

นายประเดิมชัย กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ของเด็กและเยาวชนเป็นอย่างยิ่ง โดยกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เฝ้าระวังสินค้าที่เด็กหยิบจับและใช้ ในชีวิตประจำวันอย่างใกล้ชิด ขณะที่นางสาวศุภมาสได้สั่งการให้ สคบ. ใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มงวด ในส่วนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ โดยเฉพาะกรณีสินค้าที่ไม่มีฉลากหรือแสดงฉลากไม่ถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้า ที่อาจเป็นอันตรายเข้าสู่มือผู้บริโภค การดำเนินการครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง สคบ. และ สมอ. โดยแบ่งการทำงานตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานอย่างชัดเจน เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมาย มีประสิทธิภาพและไม่ซ้ำซ้อน

สมอ. เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลมาตรฐานของเล่นโดยตรง โดย สกุชชี่ อยู่ในกลุ่มของเล่นที่เป็นสินค้าควบคุมตามกฎหมาย และต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 685 เล่ม 1 - 2562 ขณะที่ สคบ. ดำเนินการตรวจสอบด้านการแสดงฉลาก แหล่งที่มาของสินค้า และการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

จากการลงพื้นที่ปูพรมตรวจสอบบริเวณตลาดสำเพ็ง เจ้าหน้าที่ สคบ. และ สมอ. ได้ร่วมกันตรวจสอบและใช้อำนาจตามกฎหมาย ยึดอายัดสินค้าสกุชชี่ที่ไม่ได้มาตรฐาน จำนวน 31,213 ชิ้น มูลค่ารวมกว่า 1.5 ล้านบาท เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

นายประเดิมชัย กล่าวย้ำว่า การดำเนินการครั้งนี้สะท้อนแนวทางการทำงานของภาครัฐที่มุ่ง ป้องกันก่อนเกิดความเสียหาย ไม่รอให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหายแล้วจึงเข้าแก้ไข แต่จะเดินหน้าตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายเชิงรุก โดย สคบ. จะร่วมกับ สมอ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสินค้าทั้งในร้านค้า ตลาด แหล่งจำหน่าย และแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าสินค้าที่วางจำหน่ายให้ผู้บริโภคต้องมีมาตรฐาน มีฉลากถูกต้อง แสดงข้อมูลที่จำเป็นอย่างครบถ้วน และไม่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด โดยเฉพาะสินค้า ที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน ซึ่งภาครัฐจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
