วันที่ 14 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น เดินทางมายังวัดป่าอดุลยาราม ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น เพื่อมอบเงินที่เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันรวบรวมให้แก่ตัวแทนวัด สำหรับนำไปจัดซื้อและติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมภายในวัด

การมอบเงินดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่วัดและพบว่า ระบบกล้องวงจรปิดภายในวัดมีติดตั้งอยู่เพียงบริเวณกุฏิของหลวงพ่อเจ้าอาวาส ขณะที่บริเวณโดยรอบ รวมถึงประตูทางเข้า-ออก ยังไม่มีกล้องวงจรปิด ซึ่งตำรวจเห็นว่าอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของพระสงฆ์และทรัพย์สินภายในวัด จึงร่วมกันรวบรวมเงินเพื่อสนับสนุนให้ทางวัดนำไปติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม
ภายหลังการมอบเงิน ผู้กำกับการ สภ.เมืองขอนแก่น ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดีบุกรุกวัดป่าอดุลยาราม โดยย้ำว่า คดีดังกล่าวเป็น อีกประเด็นหนึ่งที่แยกออกจากข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ซึ่งยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสิทธิของแต่ละฝ่าย

สำหรับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ระบุว่า มีบุคคลภายนอกเข้ามาในพื้นที่วัดและนำท่อพร้อมรถผสมปูนเข้ามาดำเนินการบริเวณทางเข้า-ออก จนเกิดประเด็นเรื่องการรบกวนสิทธิการครอบครองพื้นที่ของวัด ตำรวจจึงดำเนินการสืบสวนสอบสวน พร้อมรวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดและคลิปวิดีโอที่ประชาชนส่งให้เจ้าหน้าที่ เพื่อนำมาตรวจสอบอย่างละเอียด
ในส่วนของพยานหลักฐาน พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องและพยานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์แล้วหลายราย ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบยานพาหนะที่ปรากฏในวันเกิดเหตุ พบว่ามีรถที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 4 คัน ประกอบด้วยรถตู้ 2 คัน รถผสมปูน 1 คัน และรถกระบะที่ใช้ขนท่ออีก 1 คัน
ตำรวจเปิดเผยว่า ขณะนี้ทราบตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับรถทั้ง 4 คันแล้ว โดยคนขับรถผสมปูนได้เข้ามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนแล้ว ให้ข้อมูลว่าได้รับคำสั่งจากผู้จัดการร้านให้เข้ามาดำเนินการตามออเดอร์ โดยเข้าใจว่าเป็นการนำปูนมาเทเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องกับรถกระบะขนท่อเตรียมเข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติม
สำหรับรถตู้ 2 คัน ซึ่งตรวจสอบพบว่าเดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ทราบตัวคนขับแล้ว และได้ออกหมายเรียกในฐานะพยานเพื่อเข้ามาให้ข้อมูลต่อพนักงานสอบสวน โดยหมายเรียกถูกส่งไปตามที่อยู่ในทะเบียนราษฎร
ความคืบหน้าการออกหมายเรียก ตำรวจระบุว่าได้ออกหมายเรียกแล้วทั้งหมด 5 ฉบับ แบ่งเป็นหมายเรียกผู้ต้องหา 1 ฉบับ คือ ป้าดา และหมายเรียกพยานอีก 4 ฉบับ ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งรัดการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน
ส่วนกรณีที่ปรากฏภาพ ป้าดา อยู่ในเหตุการณ์ ตำรวจระบุว่า จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและคำยืนยันของพยาน พบข้อมูลที่เจ้าหน้าที่นำไปประกอบการสอบสวนเกี่ยวกับบุคคลดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ตำรวจได้ประสานงานกับตำรวจนครบาลเพื่อตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับรถตู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงกับคดีอื่นหรือไม่ โดยอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบจุดเชื่อมโยงอย่างละเอียด
ผู้กำกับการ สภ.เมืองขอนแก่น ยังชี้แจงถึงประเด็นข้อหาบุกรุกว่า การพิจารณาคดีในส่วนนี้มุ่งไปที่ สิทธิการครอบครองพื้นที่ หากมีบุคคลภายนอกเข้ามารบกวนหรือกระทบต่อสิทธิการครอบครองของผู้ครอบครองพื้นที่ ก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานบุกรุกได้ ทั้งนี้ การดำเนินคดีต้องเป็นไปตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่พนักงานสอบสวนรวบรวมได้
นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสั่งงานรถผสมปูน ตำรวจระบุว่า เจ้าของบริษัทปูนที่เกี่ยวข้องกับการว่าจ้างได้เข้ามาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่แล้ว ขณะที่ตำรวจยังคงเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและความเชื่อมโยงของบุคคลทั้งหมด เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างรอบคอบและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย