หลวงพ่ออดุล ผวา! เล่านาทีหญิงปริศนา เคาะประตูเรียกตอนตี 4 หวั่นโดนแบล็กเมล
หลวงพ่ออดุล ผวา! เล่านาทีหญิงปริศนา เคาะประตูเรียกตอนตี 4 หวั่นโดนแบล็กเมล
ข่าวสังคม - โซเชียล

หลวงพ่ออดุล ผวา! เล่านาทีหญิงปริศนา เคาะประตูเรียกตอนตี 4 หวั่นโดนแบล็กเมล

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ที่วัดป่าอดุลยาราม ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เดินทางกลับจากโรงพยาบาลศรีนครินทร์ หลังเข้ารับการฟอกไต โดยทันทีที่เดินทางมาถึงวัด ญาติโยมที่มารอพบต่างช่วยกันประคองหลวงพ่อเดินเข้าไปยังกุฏิ เนื่องจากมีอาการอ่อนเพลียจากการเข้ารับการรักษา

จากนั้น นางนัดดา พี่สาวของพระครูอดุลสารนิเทศ ได้เดินทางตามเข้าไปในกุฏิ พร้อมด้วยญาติโยมและสื่อมวลชน เพื่อสอบถามอาการและพูดคุยให้กำลังใจพระน้องชาย โดยหลังจากหลวงพ่อนั่งลงบนเก้าอี้ นางนัดดาได้สอบถามถึงอาการเจ็บป่วย รวมถึงแสดงความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของหลวงพ่อ

พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวว่า ไม่อยากให้พี่สาวเป็นกังวล เนื่องจากขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลความเรียบร้อยภายในวัด ขณะเดียวกัน ในช่วงที่ไม่มีตำรวจมาดูแล ก็ยังมีโยมอุปัฏฐากคอยอยู่ใกล้ชิด ทำให้มีผู้ดูแลความปลอดภัยอยู่ตลอด

นอกจากนี้ หลวงพ่อยังระบุว่า ตัวท่านเองพยายามเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ชีวิต โดยหากมีญาติโยมเดินทางมาพบ จะต้องมีคนของวัดอยู่ด้วยเสมอ ส่วนกรณีมีกิจนิมนต์นอกวัด ก็จะไม่เดินทางไปเพียงลำพัง เพื่อป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการพูดคุย หลวงพ่ออดุลสารนิเทศได้เล่าถึงเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ต้องเพิ่มความระมัดระวัง โดยที่ผ่านมาเคยมีผู้หญิงรายหนึ่งเดินทางมาที่วัดและเรียกอยู่บริเวณหน้าประตูในช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. แต่หลวงพ่อไม่ได้เปิดประตูหรือออกไปพบ เนื่องจากเห็นว่าเป็นช่วงเวลาที่ผิดปกติ

หลวงพ่อกล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้ทำให้รู้สึกหวาดกลัวว่าจะถูกทำร้ายร่างกาย แต่สิ่งที่กังวลมากกว่าคือ หากมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น อาจถูกนำไปใช้เป็นประเด็นเพื่อแบล็กเมลหรือทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จึงเลือกที่จะไม่ออกไปพบและยึดหลักความปลอดภัยเป็นสำคัญ

ขณะเดียวกัน พระครูอดุลสารนิเทศยังกล่าวถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้ามาดำเนินการภายในวัด โดยขอให้เจ้าหน้าที่วางตัวเป็นกลาง และไม่เอนเอียงไปปฏิบัติตามคำสั่งของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมากเกินไป

หลวงพ่อระบุว่า ก่อนหน้านี้ฝ่ายทายาทเคยแจ้งให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาตรวจปัสสาวะพระภายในวัดหลายครั้ง โดยมีการแจ้งทั้งหมด 4 ครั้ง และเจ้าหน้าที่ก็เข้ามาดำเนินการทั้ง 4 ครั้ง ซึ่งหลวงพ่อมองว่า เจ้าหน้าที่เองอาจอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก เพราะเมื่อมีการร้องขอหรือแจ้งเรื่องเข้ามา ก็จำเป็นต้องเข้าตรวจสอบตามหน้าที่ พร้อมระบุว่าเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่

อย่างไรก็ตาม พระครูอดุลสารนิเทศยืนยันว่า ไม่รู้สึกหวาดกลัว และจะยังคงอยู่ที่วัดป่าอดุลยารามต่อไป โดยไม่มีความคิดที่จะย้ายออกจากวัดแต่อย่างใดหลังจากพูดคุยและสอบถามอาการพร้อมให้กำลังใจกันอยู่ไม่นาน นางนัดดา พี่สาวของพระครูอดุลสารนิเทศ ได้เดินทางกลับบ้าน ขณะที่หลวงพ่อยังคงพักผ่อนอยู่ภายในกุฏิ ท่ามกลางการดูแลของญาติโยมและผู้ที่อยู่ใกล้ชิด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ