ด่วน! รัฐบาลประกาศเตือน 12 จังหวัดเสี่ยง ฝนหนักถึงหนักมาก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
ด่วน! รัฐบาลประกาศเตือน 12 จังหวัดเสี่ยง ฝนหนักถึงหนักมาก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
ข่าวสังคม - โซเชียล

ด่วน! รัฐบาลประกาศเตือน 12 จังหวัดเสี่ยง ฝนหนักถึงหนักมาก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน

ฟังข่าวนี้

วันที่ 13 สิงหาคม 2569 ร.อ.หญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า รัฐบาลยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะใน 12 จังหวัดที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักในช่วงวันที่ 13-16 สิงหาคมนี้ พร้อมกำชับกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยและเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดเหตุ

สำหรับปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังในระยะนี้ เนื่องจากมีร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณตอนบนของภาคเหนือและประเทศลาวตอนบน ขณะเดียวกันมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังมีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผลให้หลายพื้นที่มีโอกาสเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากและมีฝนตกสะสมในบางจุด จึงอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก รวมถึงน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ

พื้นที่ที่ต้องติดตามสถานการณ์เป็นพิเศษมีทั้งหมด 12 จังหวัด ได้แก่

1. เชียงราย

2. เชียงใหม่

3. แม่ฮ่องสอน

4. น่าน

5. มุกดาหาร

6. สระบุรี

7. ร้อยเอ็ด

8. ยโสธร

9. นครพนม

10. อุดรธานี

11. พิษณุโลก

12. อำนาจเจริญ

โดยรัฐบาลได้กำชับหน่วยงานในแต่ละพื้นที่ให้ติดตามระดับน้ำและสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสำรวจผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมจัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และอุปกรณ์ที่จำเป็น เพื่อให้สามารถเข้าดำเนินการในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนสถานการณ์ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา กรมชลประทานยังคงติดตามทั้งปริมาณน้ำเหนือและปริมาณฝนอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับพื้นที่ด้านท้ายน้ำ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมลำน้ำ บริเวณลาดเชิงเขา และพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก พร้อมติดตามประกาศและการแจ้งเตือนจากหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง หากมีฝนตกหนักต่อเนื่องหรือพบว่าระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ขอให้เตรียมเคลื่อนย้ายสิ่งของ เครื่องมือ รวมถึงอุปกรณ์ด้านการเกษตรขึ้นไปไว้ในพื้นที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

ทั้งนี้ กรมชลประทานจะติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างทันท่วงที โดยมุ่งลดผลกระทบจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และอุทกภัยให้ได้มากที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ