จากกรณีเกิดเหตุสะเทือนขวัญ นักเรียนชายก่อเหตุใช้อาวุธปืนภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ จ.นนทบุรี ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 15 คน ในจำนวนนี้อาการสาหัส 2 คน และมีผู้เสียชีวิต 6 ราย ประกอบด้วยครู 5 ราย และผู้ก่อเหตุ 1 ราย นอกจากนี้ยังพบว่าปู่และย่าของผู้ก่อเหตุถูกยิงเสียชีวิตภายในบ้านอีก 2 ราย ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งอ้างว่าเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนดังกล่าว ออกมาโพสต์เล่าประสบการณ์ที่เจ้าตัวระบุว่าเคยเผชิญเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน โดยอ้างว่าขณะเรียนอยู่ชั้น ม.2-3 เคยถูกกลุ่มนักเรียนเกเรรีดไถเงิน ถูกขโมยและซ่อนของใช้ส่วนตัว รวมถึงถูกขังไว้ในห้องเรียนและห้องน้ำหลายครั้ง
เจ้าของโพสต์ยังระบุว่า เคยถูกเพื่อนเกือบทั้งห้องต่อต้าน หลังจากเข้าไปช่วยครูขนของเพื่อเตรียมการสอนในวิชาที่เพื่อนส่วนใหญ่ไม่ชอบ รวมถึงถูกด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายต่อหน้าครู แต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังอ้างว่าเคยถูกนักเรียนรุมทำร้ายร่างกายต่อหน้านักเรียนจำนวนมาก และเมื่อพยายามป้องกันตัวเองกลับถูกนำตัวไปห้องปกครองจนรู้สึกว่าตนเองกลายเป็นฝ่ายผิด
นอกจากนี้ เจ้าของโพสต์ยังกล่าวอ้างถึงพฤติกรรมของครูคณิตศาสตร์รายหนึ่งว่า เคยถูกทำโทษด้วยการตีหลายครั้งจนได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการขาดเรียนและการส่งงาน อีกทั้งยังอ้างว่าถูกหักคะแนนและให้คะแนนเป็นศูนย์ ทั้งที่มีคะแนนเก็บและคะแนนสอบรวมกันเกินเกณฑ์ พร้อมระบุว่าเมื่อพยายามร้องเรียนเรื่องดังกล่าว กลับถูกครูรายนี้ตามไปต่อว่าถึงบ้านและต่อว่าแม่ของตนด้วย
เจ้าของโพสต์ระบุอีกว่า แม้จะมีครูบางรายพยายามเข้ามาช่วยเหลือ แต่ปัญหาก็ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม กระทั่งอาการซึมเศร้ารุนแรงขึ้นจนไม่สามารถไปโรงเรียนได้ ก่อนที่ครอบครัวจะพาไปลาออก
อย่างไรก็ตาม เจ้าของโพสต์อ้างว่า ทางโรงเรียนในขณะนั้นไม่ต้องการให้ลาออก เนื่องจากเป็นนักเรียนที่ทำกิจกรรมและสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน จึงมีการประชุมครูแนะแนวเพื่อหาทางช่วยเหลือ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ และเจ้าตัวตัดสินใจไม่กลับไปเรียนอีก
เจ้าของโพสต์ยังระบุว่า หลังจากออกจากโรงเรียนแล้ว ยังคงมีข่าวลือเกี่ยวกับสาเหตุที่ไม่มาเรียน ทั้งที่ไม่เป็นความจริง พร้อมบอกว่าเหตุการณ์ในอดีตทำให้เกิดความรู้สึกเกลียดชังและเคยคิดถึงขั้นพกมีดเพื่อป้องกันตัวเอง แต่โชคดีที่ไม่ได้ลงมือทำ
โดยเจ้าของโพสต์ระบุว่า สิ่งที่หลงเหลือมาจนถึงปัจจุบันคือปัญหาด้านสุขภาพจิตและบาดแผลจากเหตุการณ์ในอดีต พร้อมยอมรับว่าแม้เวลาจะผ่านไปเกือบ 20 ปี แต่เพียงแค่เขียนเล่าเรื่องราวดังกล่าวก็ยังทำให้เกิดอาการมือสั่นและใจสั่น

ต่อมาเจ้าของโพสต์ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ โดยอ้างว่า หนึ่งในครูที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์กราดยิง เคยเห็นตนถูกทำร้ายต่อหน้า แต่กลับไม่เข้าช่วยเหลือ และยังหัวเราะใส่
ทั้งนี้ เจ้าของโพสต์ย้ำว่า การออกมาเล่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาที่จะฟอกขาวหรือสนับสนุนการกระทำของผู้ก่อเหตุ และไม่ได้ต้องการซ้ำเติมหรือประจานผู้เสียชีวิต แต่ต้องการสะท้อนให้สังคมเห็นถึงปัญหาการบูลลี่ การใช้ความรุนแรง และการละเลยปัญหาของนักเรียนที่อาจสะสมมาเป็นเวลานาน

พร้อมตั้งคำถามว่า หากปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลาหลายสิบปี แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง สังคมจะต้องปล่อยให้มีเหยื่อเพิ่มขึ้นอีกกี่คน ทั้งผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต รวมถึงผู้ที่ต้องแบกรับบาดแผลทางจิตใจไปตลอดชีวิต
เจ้าของโพสต์ทิ้งท้ายด้วยข้อความว่า
“ไม่ควรมีใครสมควรถูกบูลลี่”

อย่างไรก็ตาม ข้อความทั้งหมดเป็นข้อมูลและประสบการณ์ที่ผู้โพสต์รายดังกล่าวอ้างว่าเกิดขึ้นกับตนเองในอดีต ยังไม่มีการยืนยันข้อเท็จจริงจากโรงเรียนหรือบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในโพสต์ จึงควรรอการตรวจสอบและคำชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้องต่อไป