รู้แล้วยิ่งสะเทือนใจ! เปิดผลชันสูตรเบื้องต้น จิ๋วไทรโยค หลังเจ้าหน้าที่พยายามช่วยเต็มที่
รู้แล้วยิ่งสะเทือนใจ! เปิดผลชันสูตรเบื้องต้น จิ๋วไทรโยค หลังเจ้าหน้าที่พยายามช่วยเต็มที่
ข่าวสังคม - โซเชียล

รู้แล้วยิ่งสะเทือนใจ! เปิดผลชันสูตรเบื้องต้น จิ๋วไทรโยค หลังเจ้าหน้าที่พยายามช่วยเต็มที่

ฟังข่าวนี้

วันที่ 5 สิงหาคม 2569 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รายงานระบุว่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ร่วมกับอุทยานแห่งชาติไทรโยค รายงานความคืบหน้ากรณีลูกช้างป่าพลัดหลง จิ๋วไทรโยค ที่ล้มลงอย่างสงบ ณ อุทยานแห่งชาติไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมเปิดเผยผลการผ่าชันสูตรเบื้องต้น และดำเนินการตามขั้นตอนทางสัตวแพทย์เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริง

เมื่อเวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ประกอบพิธีทางศาสนา โดยนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 4 รูป สวดมาติกาบังสุกุลและทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับจิ๋วไทรโยค ภายในอุทยานแห่งชาติไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ก่อนที่ในเวลา 11.00 น. พนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค จะเข้าตรวจสอบและลงบันทึกประจำวัน เพื่อดำเนินการส่งซากเข้าสู่กระบวนการผ่าชันสูตรทางสัตวแพทย์

ต่อมาในช่วงเวลา 12.00-16.00 น. ทีมสัตวแพทย์ นำโดย สพ.ญ.เปมิกา แก่นจันทร์ และ น.สพ.ชนะศักดิ์ จิตตวะนา สัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลปศุสัตว์และสัตว์ป่า ปศุปาลัน คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อำเภอไทรโยค ร่วมกับ สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้ร่วมกันผ่าชันสูตรซาก ณ โรงพยาบาลปศุสัตว์และสัตว์ป่า ปศุปาลัน

ผลการชันสูตรเบื้องต้นพบความผิดปกติของอวัยวะภายในหลายจุด ได้แก่ สะดือยังไม่ปิดสนิท ตับมีขอบมน สีออกเหลือง และมีเนื้อแข็งกว่าปกติ ม้ามมีสีไม่สม่ำเสมอ ลิ้นมีบาดแผล เยื่อหุ้มหัวใจมีสีเหลือง ไตทั้งสองข้างมีลักษณะนิ่มเหลวและพบปื้นเลือดออก ขณะที่ระบบทางเดินอาหาร ทั้งกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่ มีสีแดงผิดปกติ

คณะสัตวแพทย์ได้เก็บตัวอย่างเพื่อนำส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการของคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เพื่อทำการเพาะเชื้อ ตรวจหาเชื้อ และตรวจทางจุลพยาธิวิทยา โดยคาดว่าจะทราบผลสรุปสาเหตุการตายอย่างชัดเจนภายใน 1-2 สัปดาห์

นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทั้งทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ได้ทุ่มเทดูแลจิ๋วไทรโยคอย่างเต็มกำลังนับตั้งแต่วันที่พบตัว แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะสร้างความเสียใจ แต่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะดำเนินการตามขั้นตอนทางสัตวแพทย์อย่างรอบคอบ เพื่อค้นหาสาเหตุการตายที่แท้จริง และนำข้อมูลไปใช้เป็นแนวทางในการดูแลสัตว์ป่าพลัดหลงในอนาคต

จากนั้นในช่วงเวลา 16.00-17.00 น. ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) พร้อมด้วย นายพีร พวงมาลี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทีมสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ร่วมกันประกอบพิธีฝังกลบซากลูกช้างป่าตามหลักวิชาการ บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติไทรโยค โดยขุดหลุมให้ซากอยู่ใต้ผิวดิน โรยปูนขาวเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ และกลบดินพูนหลุม ก่อนร่วมกันไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะเร่งติดตามผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการ และจะแจ้งผลสรุปสาเหตุการตายของลูกช้างป่า จิ๋วไทรโยค ให้ประชาชนและสื่อมวลชนได้รับทราบอย่างเป็นทางการต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ