เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 บรรยากาศที่บ้านพักของ นายบวรทัต เป็งสุข หรือ ฮลุน โซโล่ ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวชาวไทย ในพื้นที่ตำบลสมเด็จ อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ เต็มไปด้วยความโศกเศร้า หลังครอบครัวได้รับการยืนยันจากกระทรวงการต่างประเทศว่า ร่างที่พบภายในโรงแรมแห่งหนึ่งในประเทศจอร์เจีย เป็นร่างของนายบวรทัต โดยมีสื่อมวลชน เพื่อนบ้าน และผู้ที่ติดตามผลงานของฮลุนเดินทางมาให้กำลังใจครอบครัวอย่างต่อเนื่อง
ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสูญเสีย นางสม เป็งสุข ผู้เป็นย่า ได้เปิดใจทั้งน้ำตา พร้อมย้อนเล่าถึงตัวตนของหลานชายที่เธอเฝ้าดูแลมาตั้งแต่เด็ก โดยระบุว่า ฮลุนเป็นคนขยัน มีความกตัญญู และมีนิสัยร่าเริงแจ่มใส จนเป็นที่รักของทั้งคนในครอบครัว เพื่อนบ้าน และเด็ก ๆ ในชุมชน
ย่าสมเล่าว่า ทุกครั้งที่ฮลุนเดินทางกลับบ้าน บรรยากาศจะเต็มไปด้วยความคึกคัก เพราะเด็ก ๆ และเพื่อนบ้านมักแวะเวียนมาพูดคุยและใช้เวลาร่วมกันอย่างอบอุ่น ขณะที่หลานชายไม่เคยละเลยการดูแลคนในครอบครัว หากย่าอยากได้สิ่งของหรืออาหารชนิดใด ฮลุนก็มักจะพยายามหามาให้เสมอ แม้แต่ของฝากจากต่างประเทศที่เดินทางไปท่องเที่ยว เจ้าตัวก็จะนำมาฝากย่าเป็นคนแรกทุกครั้ง
ย่าสมยังเปิดเผยถึงความทรงจำครั้งสุดท้ายก่อนฮลุนเดินทางไปประเทศจอร์เจียว่า หลานชายได้เข้ามาถามว่าอยากได้ของฝากอะไรจากการเดินทางครั้งนี้ ซึ่งเธอได้ตอบไปว่าอยากได้ชุดคาราโอเกะ เพื่อจะได้ร้องเพลงด้วยกันในช่วงปลายปี โดยฮลุนรับปากว่าจะหาซื้อกลับมาให้ แต่สุดท้ายคำสัญญาดังกล่าวกลับไม่อาจเป็นจริงได้ ทำให้เธอรู้สึกเสียใจและเสียดายเป็นอย่างมาก
ย่าสมกล่าวอีกว่า หลังได้รับการยืนยันการเสียชีวิตของหลานชายตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เธอและสมาชิกในครอบครัวต่างอยู่ในอาการเศร้าโศก พร้อมยอมรับว่ายังทำใจต่อการสูญเสียครั้งนี้ไม่ได้ เพราะฮลุนยังมีอายุไม่มากและกำลังสร้างอนาคตให้กับตัวเองและครอบครัว
นอกจากนี้ ย่าสมยังแสดงความเห็นต่อกระแสข่าวเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต โดยระบุว่า ส่วนตัวไม่เชื่อว่าหลานชายจะตัดสินใจปลิดชีพตัวเอง เนื่องจากตลอดเวลาที่ผ่านมา ฮลุนเป็นคนไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ และไม่เคยแสดงพฤติกรรมที่บ่งชี้ว่าจะทำร้ายตัวเอง พร้อมทั้งเชื่อว่ายังมีข้อเท็จจริงหลายประการที่ควรได้รับการตรวจสอบและพิสูจน์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ขณะเดียวกัน ครอบครัวยังไม่ได้กำหนดแนวทางการประกอบพิธีศพ เนื่องจากต้องรอความชัดเจนเกี่ยวกับการนำร่างของฮลุนกลับจากประเทศจอร์เจีย ก่อนจะหารือร่วมกันว่าจะประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลและฌาปนกิจในประเทศไทย หรือดำเนินพิธีในต่างประเทศก่อน แล้วจึงอัญเชิญอัฐิกลับมายังบ้านเกิดที่อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป