เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา หญิงสาวรายหนึ่งได้โพสต์คลิปผ่าน TikTok เล่าทั้งน้ำตาหลังสูญเสียสามีอย่างกะทันหัน ทั้งที่ได้เดินทางไปโรงพยาบาลแล้ว แต่กลับไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างที่ควร
เธอเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุสามีมีอาการปวดร้าวตั้งแต่นิ้วมือ ลามขึ้นแขน หน้าอก และบริเวณหัวใจ พร้อมมีเหงื่อแตกผิดปกติ ซึ่งเพื่อนร่วมงานสังเกตว่าอาการดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องมาทั้งสัปดาห์ จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งตามสิทธิประกันสังคม
เมื่อถึงโรงพยาบาล พยาบาลได้ซักประวัติและส่งต่อไปพบแพทย์อายุรกรรม แต่ยังไม่ได้รับการตรวจ โดยระบุว่าต้องรอผลตรวจเลือดและระดับคอเลสเตอรอลก่อน จากนั้นจึงถูกส่งไปพบแพทย์กระดูก เนื่องจากเคยมีประวัติปวดเส้นเอ็นจากการอุ้มลูก อย่างไรก็ตาม สามียืนยันว่าอาการปวดครั้งนี้แตกต่างจากเดิม เพราะมีอาการปวดร้าวขึ้นถึงหน้าอก ทำให้แพทย์กระดูกเริ่มสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ
หญิงสาวระบุว่า เมื่อแพทย์กระดูกทราบว่าสามีมีภาวะไขมันในเลือดสูง จึงส่งต่อให้พบแพทย์ทั่วไป แต่แพทย์กลับไม่รับฟังข้อมูลที่เธอพยายามอธิบาย พร้อมปฏิเสธการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) โดยให้เหตุผลว่าอาการเหงื่อแตกอาจเกิดจากอากาศร้อน ความวิตกกังวล หรืออาการแพนิก รวมถึงมองว่าผู้ป่วยกลัวเข็มฉีดยา
นอกจากนี้ เธอยังอ้างว่าแพทย์กล่าวหาว่าเธออ่านข้อมูลจาก Google หรือ AI มากเกินไปจนวิตกเอง พร้อมใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม และระบุว่าผู้ชายวัยประมาณ 30 ปี มีโอกาสเป็นโรคหัวใจเพียง 3-5% อีกทั้งยังบอกว่าหากผู้ป่วยเจ็บจริงคงไม่สามารถนั่งยิ้มได้ ก่อนแนะนำให้กลับบ้าน และพูดกับสามีให้แยกห้องนอนกับภรรยา เพราะเชื่อว่าอาการจะดีขึ้นเอง
อย่างไรก็ตาม หลังเดินทางกลับถึงบ้าน สามีของเธอเกิดอาการช็อกและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ผลการชันสูตรระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ 2 เส้น ยืนยันว่าเป็นโรคหัวใจจริง ไม่ใช่อาการแพนิกตามที่ถูกวินิจฉัย
หญิงสาวทิ้งท้ายด้วยความเสียใจว่า หากวันนั้นแพทย์ยอมตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือทำการตรวจเพิ่มเติมตามที่เธอร้องขอ สามีอาจได้รับการรักษาทันท่วงที และไม่ต้องสูญเสียชีวิต พร้อมตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงไม่มีความพยายามในการตรวจเพื่อยืนยันอาการของผู้ป่วย