เรื่องราวของหญิงวัย 76 ปีรายหนึ่ง กำลังได้รับความสนใจบนโลกออนไลน์ หลังเพจ ร้านทำทองนะโมบ้านช่างทอง เพชร ทอง & จิวเวอรี่ เผยคลิปเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ถ่ายทอดชีวิตที่พลิกผันจากอดีตเศรษฐีร้อยล้าน สู่วันที่แทบไม่เหลือทรัพย์สินติดตัว และต้องนำทองคำที่เคยจำนำไว้มาไถ่ถอนเพื่อนำมาขาย หวังหาเงินดูแลสุนัขและแมวกว่า 1,700 ชีวิตที่ยังอยู่ในความรับผิดชอบ

คุณป้าเล่าว่า เมื่อราว 5 ปีก่อน เคยเป็นเจ้าของบริษัทรถโม่ปูน มีทรัพย์สินมูลค่าหลายร้อยล้านบาท ทั้งที่ดิน รถยนต์ และเงินสดในบัญชี อีกทั้งยังอุทิศกำลังทรัพย์ช่วยเหลือผู้คน รวมถึงรับสุนัขและแมวจรจัดมาเลี้ยงดู ซึ่งในช่วงหนึ่งมีจำนวนมากกว่า 2,000 ตัว แม้ต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการดูแลเดือนละประมาณ 600,000-700,000 บาท แต่ยังสามารถรับภาระได้ เพราะบริษัทมีรายได้กว่า 20 ล้านบาทต่อเดือน

อย่างไรก็ตาม ชีวิตกลับเปลี่ยนไปหลังถูกพนักงานทุจริต จนกิจการล่มสลาย รถโม่ปูนที่เคยมีถึง 280 คันทยอยถูกนำไปขายโดยมิชอบ แม้จะมีการแจ้งความดำเนินคดีและเคยตกเป็นข่าว แต่เวลาผ่านมาหลายปี คดียังไม่คืบหน้าและผู้กระทำผิดยังไม่ถูกนำตัวมารับโทษ

ปัจจุบัน คุณป้ายอมรับว่าต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ทองคำที่เคยสะสมไว้ต้องทยอยนำไปจำนำ ขณะที่พระสมเด็จวัดระฆังซึ่งประเมินมูลค่าราว 3 ล้านบาท ก็จำเป็นต้องขายไปแล้ว เหลือเพียงกรอบทองที่เคยนำไปจำนำในวงเงิน 100,000 บาท แต่เมื่อไม่สามารถส่งดอกเบี้ยต่อได้ จึงตัดสินใจไถ่ถอนออกมาเพื่อนำมาขาย
คุณป้าเผยทั้งน้ำตาว่า ทุกวันนี้ตนเองใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย กินผักเป็นหลัก ไม่ได้ลำบากเรื่องอาหารของตัวเองเท่ากับความกังวลว่าจะไม่มีเงินซื้ออาหารให้สุนัขและแมวที่ยังต้องพึ่งพา เพราะสัตว์เหล่านี้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
สุดท้าย ทางร้านรับซื้อกรอบทองในราคา 122,938 บาท ซึ่งสูงกว่าวงเงินที่คุณป้าคาดหวังไว้ พร้อมทั้งเจ้าของร้านยังให้คำมั่นว่าจะช่วยเหลือเรื่องตั๋วจำนำที่คุณป้าไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยได้ โดยยืนยันว่าเป็นการช่วยเหลือด้วยความตั้งใจ ไม่ได้หวังผลตอบแทนใด ๆ
คุณป้ากล่าวทิ้งท้ายว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเลือกช่วยเหลือทั้งผู้คนและสัตว์จรจัด แม้วันนี้ชีวิตจะพลิกผันจนแทบไม่เหลืออะไร แต่ก็ยอมรับชะตาชีวิต เพราะสุดท้ายแล้วไม่มีใครนำทรัพย์สินติดตัวไปได้ สิ่งที่ยังอยากทำให้ถึงที่สุด คือดูแลสุนัขและแมวเหล่านี้ให้อยู่รอด เพราะหากตนไม่ช่วย พวกมันก็อาจไม่มีโอกาสมีชีวิตต่อไป