กลายเป็นเรื่องราวที่ได้รับความสนใจจากสื่อสังคมออนไลน์อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว หลังพบหนุ่มระยองรายหนึ่งตกอยู่ในสภาพสิ้นเนื้อประดาตัว ต้องหอบหิ้วเสื้อผ้ามาอาศัยนอนพักแรมอยู่บริเวณศาลาริมทาง ริมถนนสาย 36 ช่วงบ้านหนองผักหนาม ตำบลมาบข่า อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง
จากการสอบถาม หนุ่มวัย 43 ปี รายนี้ เปิดเผยเรื่องราวสุดช้ำใจว่า ตนเองได้ไปตกหลุมรักกับหญิงสาวชาวระยองรายหนึ่ง หลังจากคบหาดูใจกันมาได้ประมาณ 2 ปี ซึ่งตลอดเวลาที่คบหากัน ตนทุ่มเทเปย์เงินทองให้กับฝ่ายหญิงไปร่วม 2 ล้านบาท จนกระทั่งสุดท้ายรู้ตัวว่าถูกหลอกจนหมดเนื้อหมดตัว ไม่มีเงินเหลือติดตัวและไม่มีที่ไป จนต้องซมซานมานอนอยู่ที่ศาลาริมทางดังกล่าว
ต่อมา ผู้เป็นแม่ของหนุ่มรายนี้ทราบข่าว จึงรีบเดินทางมาหาลูกชายด้วยความห่วงใย เมื่อพบหน้าลูกชายได้ก้มกราบแทบเท้าขอโทษผู้เป็นแม่ทันที ทั้งสองคนต่างโผเข้าจับมือและโอบกอดกันร่ำไห้อย่างน่าเวทนา โดยผู้เป็นแม่ กล่าวทั้งน้ำตาว่า เงินจำนวนมากมายที่สูญเสียไปนั้นส่วนใหญ่เป็นเงินของตนเอง แต่ถึงอย่างไรรักของแม่ก็ยิ่งใหญ่ ยืนยันให้อภัยลูกชายเสมอ และขอให้ลูกกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินสร้างตัวอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้กลายเป็นหนังคนละม้วน เนื่องจากหญิงสาวที่ตกเป็นคู่กรณี ได้ออกมาให้ข่าวชี้แจงว่า ตนเองได้พบเจอกับหนุ่มระยองคนดังกล่าวผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ ซึ่งตอนที่เจอกันตนได้บอกชัดเจนแล้วว่า หาคนซัพพอร์ต หลังจากที่คุยกันมา ได้มีพันธสัญญาเรื่องเงินเกิดขึ้น โดยฝ่ายชายได้นำที่ดินและบ้านไปเข้าจำนอง ได้เงินมาจำนวน 1,500,000 บาท เมื่อหักค่านายหน้าและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แล้ว เหลือเงินมา 700,000 บาท ซึ่งตนยอมรับว่าได้นำเงินส่วนนี้มาจริง แต่ตอนนี้ยังไม่มีเงินก้อน หากตนพร้อมเมื่อใด ก็จะทยอยคืนให้ทุกบาททุกสตางค์
ส่วนสาเหตุที่ตัดสินใจเลิกคุยกับหนุ่มระยองคนนี้ เป็นเพราะตนทนพฤติกรรมความใจร้อนไม่ไหว ฝ่ายชายเป็นคนชอบโวยวายและใจร้อนมาก ตนเองทนไม่ได้จริง ๆ เลยเลือกที่จะเลิกคุยด้วย ซึ่งเรื่องนี้ตนก็ได้บอกกล่าวกับทางแม่ของหนุ่มระยองไปแล้วว่า ไม่สามารถคุยกับลูกชายของแม่ต่อได้ เพราะทนไม่ไหวกับนิสัยของฝ่ายชายจริง ๆ