จากกกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพแชตในสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีการอ้างว่าเป็นบทสนทนาระหว่างครูชายของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง กับนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งเป็นผู้เยาว์ ในช่วงเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา พบว่า มีการพูดด้วยคำหวาน เช่น คอลมั้ยคะ, ถึงบ้านแล้วจ๊ะ, ตอนนี้เค้าเหงามาก อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ทั้งสองคนใช้สรรพนามลงท้ายว่าค่ะ จึงไม่มีความชัดเจนว่า แชตที่นำออกมานั้น มาจากฝั่งไหน


กรณีดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ข้อมูลและภาพแชตที่เผยแพร่นั้น เป็นของจริงหรือไม่ หรือมีการตัดต่อหรือสร้างข้อมูลขึ้นมา ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์จำนวนหนึ่งได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล รวมถึงพิจารณาความเหมาะสมและการปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพ หากพบว่า มีการกระทำที่ไม่เหมาะสมเกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ควรให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และรอผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ก่อนสรุปข้อเท็จจริงของเหตุการณ์


ด้าน นายสเถียร พะโยธร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอ่างทอง กล่าว่า ยังไม่ได้รับข้อมูล จากทางโรงเรียนหรือส่วนที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นได้รับข้อมูลจากทางสื่อ ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่สมควรเกิดขึ้นโดยเฉพาะในโรงเรียน เป็นเรื่องละเอียดอ่อนในสังคม เมื่อได้รับข้อมูลแล้ว จะเร่งดำเนินการตรวจสอบ ตามอำนาจหน้าที่ และถ้าเป็นเรื่องจริง เราก็จะดำเนินการตามขบวนการต่อไป และถ้าหากไม่เป็นเรื่องจริงก็จะให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย อย่างไรก็ตามจะดำเนิการทำเรื่องนี้ให้ปรากฏแก่สังคมว่าความจริงเป็นอย่างไร

ล่าสุด วันนี้ (9 มิ.ย. 2569) เพจเฟซบุ๊ก แจ้งข่าวสารอ่างทอง v3 ได้มีการรายงานความคืบหน้ากรณีดังกล่าว ระบุว่า คืบหน้า ตำรวจ สภ.ป่าโมก รับแจ้งความดำเนินคดีครูชายวัย 44 ปี ในข้อหา พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร และกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี
จากการร้องทุกข์ของผู้ปกครอง ระบุว่า บุตรสาววัย 15 ปี ซึ่งเป็นนักเรียน ถูกผู้ต้องหาพาออกจากบ้านพักในพื้นที่ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ก่อนพาไปยังรีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมืองอ่างทอง โดยผู้ปกครองเชื่อว่ามีการกระทำความผิดตามที่กล่าวหา จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน
เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สภ.ป่าโมก ได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังคงถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด และเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายซึ่งเป็นเยาวชน จึงขอสงวนการเปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เกี่ยวข้อง