วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นางสาวนันทวัลย์ นักรบ อายุ 60 ปี ญาติฝ่ายแม่ของ นายเสริมลาภ ปิ่นทอง หรือ เอ อายุ 44 ปี พนักงานบริษัทประกันภัย ผู้เสียชีวิตรายที่ 8 และเป็นศพสุดท้ายจากเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง บริเวณจุดตัดทางรถไฟอโศก-เพชรบุรี เดินทางมาติดต่อรับร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา พร้อมเปิดใจทั้งน้ำตาว่า ชีวิตของผู้เสียชีวิตโดดเดี่ยว ไม่มีครอบครัว และต้องใช้ชีวิตเพียงลำพังมานาน
นางนันทวัลย์ เปิดเผยว่า ตนเป็นผู้เลี้ยงดูผู้เสียชีวิตมาตั้งแต่เด็ก เคยอาศัยอยู่บ้านเดียวกัน ก่อนจะแยกย้ายกันไปใช้ชีวิต และไม่ได้พบหน้ากันมานานกว่า 30 ปี แม้จะห่างหายกันไป แต่ยังคงติดต่อและช่วยเหลือกันมาตลอด หากมีเรื่องสำคัญก็จะโทรศัพท์หากันเสมอ
พร้อมยอมรับว่า ช่วงเกิดเหตุยังนั่งดูข่าวอยู่ โดยไม่คิดเลยว่าหนึ่งในผู้เสียชีวิตจะเป็นคนในครอบครัว จนกระทั่งเพื่อนของผู้ตายและบริษัทที่ทำงานติดต่อมา จึงรีบเดินทางเข้ามาดำเนินเรื่องทันทีตั้งแต่สัปดาห์ก่อน
ชีวิตน้องโดดเดี่ยว บางครั้งก็ไม่ค่อยรับสาย จึงไม่ค่อยได้คุยกัน จะคุยกันแต่ละครั้งก็ช่วงวันสำคัญ เขาเป็นคนเก่ง ขยัน นิสัยดี พ่อ แม่ และน้องเสียชีวิตหมดแล้ว ทำงานด้านประกันภัย ต้องเดินไปทำงาน กลับบ้านดึกทุกวัน บางครั้งเราไปหา ก็ต้องยืนรอหน้าบ้านมืดๆ เพราะเขายังไม่กลับ ไม่มีครอบครัว ชีวิตน่าสงสารมาก นางนันทวัลย์ กล่าว

นอกจากนี้ ญาติยังยืนยันว่า การเดินทางมาครั้งนี้ไม่ได้หวังเรื่องทรัพย์สินหรือเงินเยียวยาใดๆ โดยต้องการเพียงรับร่างกลับไปทำบุญและส่งผู้เสียชีวิตเป็นครั้งสุดท้ายเท่านั้น
เราไม่ได้หวังเงินทองอะไรเลย ต่อให้ไม่ได้สักบาทก็ไม่เป็นไร แค่อยากดูแลและส่งน้องครั้งสุดท้ายให้ดีที่สุด
หลังจากนี้ ครอบครัวจะนำร่างของผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดชมพูเวก อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่บรรจุอัฐิของพ่อ แม่ และน้องสาวของผู้เสียชีวิต ส่วนห้องพักของผู้ตายนั้น ครอบครัวยังไม่ได้เข้าไปดำเนินการใดๆ และอยู่ระหว่างหารือร่วมกัน