เกิดอะไรขึ้น! สายเชีย พบกองปราบฯ ไม่เกี่ยวข้อง หาดทรายขาว อีกแล้ว ท้อทุ่มเทจนชายหาดดังแต่ตัวเองมีแต่หนี้สิน
เกิดอะไรขึ้น! สายเชีย พบกองปราบฯ ไม่เกี่ยวข้อง หาดทรายขาว อีกแล้ว ท้อทุ่มเทจนชายหาดดังแต่ตัวเองมีแต่หนี้สิน
ข่าวสังคม - โซเชียล

เกิดอะไรขึ้น! สายเชีย พบกองปราบฯ ไม่เกี่ยวข้อง หาดทรายขาว อีกแล้ว ท้อทุ่มเทจนชายหาดดังแต่ตัวเองมีแต่หนี้สิน

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ได้นำนายสายเชีย วงศ์วิโรจน์ นักแสดงผู้มีผลงานร่วมกับดาราฮอลลีวูดหลายเรื่อง และเป็นที่จดจำจากโฆษณา 'จน เครียด กินเหล้า' เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อลงบันทึกประจำวันและชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการถอนตัวจากการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของโครงการ 'สยามชัยหาดทรายขาว' ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดนครปฐม

นายสายเชีย ได้เปิดเผยว่า เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ตนได้รับการชักชวนจากนักธุรกิจรายหนึ่งให้ร่วมลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบ่งขายที่ดินในจังหวัดนครปฐม โดยได้รับเงินเดือน 15,000 บาท พร้อมรถยนต์ 1 คัน ซึ่งเป็นชื่อของนักธุรกิจคนดังกล่าว แต่ตนเป็นผู้รับผิดชอบผ่อนชำระค่างวด อย่างไรก็ตาม ธุรกิจดังกล่าวกลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

ต่อมาได้เกิดแนวคิดในการสร้างหาดทรายเทียมขึ้นมา โดยใช้ตนเป็นผู้โปรโมตและจัดงานวันเกิด รวมถึงแสดงตัวเป็นเจ้าของหาด ตนได้ทุ่มเทในการประชาสัมพันธ์อย่างเต็มที่ ทั้งการออกรายการโทรทัศน์ต่างๆ จนโครงการประสบความสำเร็จ มีผู้คนเดินทางมาเที่ยวชมเป็นจำนวนมาก

นายสายเชีย กล่าวต่อว่า หลังจากที่โครงการได้รับความนิยม ตนจึงได้ขอเพิ่มเงินเดือนจาก 15,000 บาท เป็น 35,000 บาท ซึ่งนักธุรกิจคนดังกล่าวก็ยินยอม แต่ตนไม่ได้รับเงินปันผลประจำปีใดๆ เลย เงินเดือนที่ได้รับมานั้นถูกใช้ไปกับการดำรงชีวิตประจำวัน การผ่อนชำระค่างวดรถยนต์ การเติมน้ำมัน รวมถึงการให้เงินช่วยเหลือในงานต่างๆ อาทิ งานแต่งงาน งานศพ และงานวันเกิด ในนามของหาดทรายขาว ตนยอมทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างจนเงินไม่เหลือเก็บ และท้ายที่สุดรถยนต์ก็ถูกยึด ทำให้ตนต้องแบกรับภาระหนี้สินจำนวนมาก ขณะเดียวกัน งานแสดงในวงการบันเทิงก็เริ่มลดน้อยลง ตนจึงตัดสินใจถอยออกมาจากโครงการดังกล่าว และมาแจ้งความประสงค์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามว่า ตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับหาดทรายขาวอีกต่อไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากการเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (พงส.บก.ป.) ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น พบว่านายสายเชียมีชื่อปรากฏอยู่ในโฉนดที่ดินบางแปลงของ 'หาดทรายขาว' ร่วมกับบุคคลอื่นอีก 3-4 คน ทำให้ยังไม่สามารถลงบันทึกประจำวันตามที่ประสงค์ได้ เจ้าหน้าที่จึงได้แนะนำให้นายสายเชียกลับไปปรึกษาข้อกฎหมายกับทีมทนายความเพื่อหาแนวทางดำเนินการต่อไป

ทีมงานที่ติดตามนายสายเชีย ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ เจ้าหนี้ได้เข้ามายึดรถยนต์ของนายสายเชียไป ทำให้เขามีความเครียดอย่างมาก และปัจจุบันนี้ยังไม่มีรายได้จากการรับงานแสดงเลย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ