วันที่ 6 เมษายน 2569 มีรายงานความคืบหน้ากรณีสองตายายถูกปล่อยให้นอนค้างคืนที่สถานีขนส่งแห่งที่ 2 จนกลายเป็นภาพสะเทือนใจต่อผู้พบเห็น โดยทั้งสองคือ นางมะลิวัลย์ แก้วแสน อายุ 65 ปี และนายทวีป ไกยราช อายุ 67 ปี สามีภรรยาที่เดินทางมาจากจังหวัดลพบุรี เพื่อหวังพึ่งพาลูกที่อุดรธานี แต่กลับไม่มีที่พักพิง อีกทั้งฝ่ายหญิงยังป่วยเป็นอัมพาต ต้องนั่งรถเข็น
ล่าสุด น.ส.มิกซ์ อายุ 45 ปี ลูกสาวของทั้งสอง ซึ่งทำงานอยู่ที่มินิมาร์ทแห่งหนึ่งในตัวเมืองอุดรธานี โดยเจ้าตัวเปิดใจทั้งน้ำตา ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาทอดทิ้งพ่อแม่ แต่มีข้อจำกัดในชีวิตที่ทำให้ไม่สามารถรับดูแลได้
น.ส.มิกซ์ ระบุว่า เธอไม่ทราบล่วงหน้าว่าพ่อแม่จะเดินทางมาหา เนื่องจากก่อนหน้านี้ทั้งคู่แจ้งว่าจะไปหาญาติที่อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น อีกทั้งเธอทำงานเป็นกะตั้งแต่เวลา 05.00–16.00 น. ซึ่งสถานที่ทำงานมีกฎห้ามใช้โทรศัพท์ จึงไม่สามารถติดต่อรับสายได้ ไม่ใช่การหลีกเลี่ยงอย่างที่หลายคนเข้าใจ
เธอยังเผยว่า เคยแจ้งพ่อแม่อย่างชัดเจนตั้งแต่ตอนอยู่ลพบุรีแล้วว่า ไม่สามารถรับมาอยู่ด้วยได้ เนื่องจากพักอาศัยอยู่ในหอพักขนาดเล็กกับสามี และมีกฎห้ามคนนอกเข้าพัก อีกทั้งฐานะทางการเงินก็ไม่เอื้ออำนวย เพราะลำพังการดูแลตัวเองและครอบครัวก็แทบไม่เพียงพอ
ในด้านความสัมพันธ์ น.ส.มิกซ์ยอมรับว่า แม้จะเป็นลูก แต่แทบไม่มีความผูกพันกับพ่อแม่ เนื่องจากไม่ได้ถูกเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก โดยเธออาศัยอยู่กับปู่จนเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อนจะต้องดิ้นรนใช้ชีวิตด้วยตนเอง
ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา เธอต้องรับภาระหนี้สินจำนวนมากที่แม่เป็นผู้ก่อ ทั้งหนี้นอกระบบและหนี้จากคนรอบข้าง รวมถึงเคยผ่อนบ้านให้พ่อแม่จนหมด แต่กลับถูกนำไปขายเพื่อนำเงินไปสนับสนุนน้องชาย เช่นเดียวกับทรัพย์สินอื่น ๆ ที่เธอจัดหาให้ ก็มักถูกส่งต่อให้น้องชาย จนทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับน้องชายไม่ราบรื่น
แม้จะยืนยันว่ารักพ่อแม่ในฐานะผู้ให้กำเนิด แต่ด้วยสภาพชีวิตที่ยังต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด ทำให้เธอไม่สามารถรับภาระดูแลได้อีก นอกจากนี้ ยังไม่ต้องการให้พ่อแม่พบหลาน เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยให้ความสนใจ
หนูอยากให้สังคมเข้าใจหนูบ้าง หนูช่วยมาเยอะแล้ว ใช้หนี้ให้มาค่อนชีวิตแล้ว ตอนนี้หนูไม่ไหวจริงๆ หนูไม่ได้ทิ้ง แต่หนูเลี้ยงไม่ไหวแล้วจริงๆ ลูกสาวกล่าวทิ้งท้าย