วันที่ 5 มีนาคม 2569 ประชาชนจากทั่วสารทิศทั้งภายในจังหวัดและต่างจังหวัดต่างเดินทางมาร่วมพิธีฉลองสมโภชน์พระอุโบสถหลังใหม่ที่วัดชัยชุมพล ต.ชัยชุมพล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ พร้อมกับการจัดการชกมวย 10 คู่เพื่อเป็นการแก้บนต่อหลวงพ่อจั่วแก้ว อดีตเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดชัยชุมพล

ทั้งนี้ทางวัดได้มีการจัดพิธีสมโภชน์พระอุโบสถหลังใหม่ที่ชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างขึ้น ถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ เพื่อใช้ในการปฏิบัติศาสนกิจของพระภิกษุสงฆ์ ที่จำพรรษาหรืออาศัยปฏิบัติธรรมภายในวัดแห่งนี้
โดยได้มีการจัดแท่นในการประกอบพิธี ซึ่งมีการจัดอาหารคาวหวาน ประกอบด้วย หัวหมูต้ม ไก่ต้ม ปลาต้ม ไข่ต้ม มะพร้าวน้ำหอม ขนมทองหยิบทองหยอด น้ำแดง และผลไม้ 9 อย่าง พร้อมเครื่องบายศรี หมาก พลู บุหรี่ ข้าวตอกดอกไม้ และอื่นๆอีกมากมายครบครันเต็มโต๊ะในแท่นประกอบพิธี เพื่อจัดถวายเป็นเครื่องสักการแด่สิ่งศักดิสิทธิ์

จากนั้น พราหมในพิธีที่เดินทางมาจากจังหวัดเชียงใหม่ ได้ประกอบพิธีกรรมในการสวดพุทธพราหมณ์ สวดสรรเสริญบารมี บูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พร้อมกับพิธีไหว้ครู พิธีสวดสรรเสริญเทพยดา ครูบาอาจารย์เทพ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกองค์เทพ อัญเชิญเหล่าเทพ 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน 14 ภูมิบาดาล 21 ภูมิพระแม่ธรณี พระแม่คงคา ปู่ศรีสุทโธ ร่วมรับรู้และอนุโมทนาในพิธีอันศักดิ์สิทธิ์

จากนั้นนางรำจากกลุ่มสาวงามใจบุญแห่งเมืองลับแล ได้ร่ายรำถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทพเทวา ที่ได้อัญเชิญมาร่วมพิธีในครั้งนี้
ในระหว่างการประกอบพิธี พราหมได้มีการจุดธูปเสี่ยงโชคขอโชคจากเทพเทวา สิ่งศักดิ์ที่มาร่วมพิธี จากนั้นประชาชนที่มาร่วมในพิธีได้พร้อมกันโปรยข้าวตอกดอกไม้ ในการบูชาเทพเทวา เพื่อขอให้ประทานโชค ซึ่งภายหลังจากเลขธูปเสี่ยงโชคไหม้หมด ปรากฏเป็นตัวเลข 806 ผู้มาร่วมพิธีต่างนำโทรศัพท์มือถือมาถ่ายรูปไว้ เพื่อนำไปเสี่ยงโชคในงวดที่จะมาถึง

จากนั้นชาวบ้านได้มีการจัดชกมวยแก้บนหลวงพ่อจั่วแก้ว โดยได้ประกอบพิธีบอกกล่าวรูปปั้นหลวงพ่อจั่วแก้ว ถึงสิ่งที่ตนมาอธิฐานขอแล้วสำเร็จ และในวันนี้ก็ได้นำมวยมาชกเพื่อถวายแก้บน จากนั้นจะนำนักมวยขึ้นชก จนครบ 10 คู่ ซึ่งแต่ละคู่จะมีเจ้าภาพหรือผู้ที่ประสบผลสำเร็จในสิ่งที่อธิฐานขอ นำมามาชกแก้บน เป็นของแต่ละคน คนละ 1 คู่ ซึ่งในการชกมวยแก้บนในครั้งนี้ จะมีชาวบ้านทั้งในพื้นที่ ต่างพื้นที่ คนไทยและชาวต่างชาติต่างมาส่งเสียงเชียร์กันตลอดการชกจนครบ 10 คู่
ชาวบ้านในพื้นที่เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า วัดชัยชุมพล เป็นวัดเก่าแก่ อายุกว่า 100 ปี ในสมัยที่ หลวงพ่อจั่วแก้วท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านเป็นพระสายปฏิบัติที่เข้มในหลักพระธรรมวินัย ชาวบ้านได้เกิดความเลื่อมใส จึงได้ร่วมใจกันสร้างวัดถวายท่าน ซึ่งเป็นวัดที่ไม่ใหญ่มากนักในขณะนั้น แต่ภายหลังจากท่าน มรณภาพลง. ชาวบ้านจึงได้สร้างรูปปั้นของท่านพร้อมกับศาลาที่ประทับทางเข้าวัด เพื่อให้คณะศรัทธาได้เข้าสักการะกราบไหว้ขอพรจากองค์หลวงพ่อจั่วแก้ว
ภายหลังจากการที่หลวงพ่อจั่วแก้วท่านมรณะภาพลง และมีการสร้างรูปปั้นจำลองไว้ให้คณะศรัทธาได้กราบสักการะได้ไม่นาน ปรากฏว่า ได้มีชาวบ้านมาขอโชคลาภ หน้าที่การงาน แล้วประสบผลสำเร็จกันหลายต่อหลายราย บ้างก็นำหัวหมู ไก่ต้ม และเครื่องสักการะต่างๆมาทำการแก้บนกันอยู่ต่อเนื่อง เมื่อกระแสความศรัทธาและคำล่ำรือถึงความศักดิ์สิทธิ์ ขออะไรมักจะสำเร็จ ได้แพร่สะบัดไปทั่ว ทำให้สายมูสายศรัทธาต่างๆ ได้พากันเดินทางมากราบสักการะขอพร กันเป็นประจำ และเมื่อประสบผลสำเร็จจึงทำให้รูปปั้นหลวงพ่อจั่วแก้วอดีตเจ้าอาวาสวัดชัยชุมพล มีคนรู้จักกันมากขึ้น โดยเฉพาะสายมู ที่ชอบเสี่ยงโชค และขอเรื่องหน้าที่การงาน เมื่อสำเร็จดังขอก็จะมาทำการแก้บน ซึ่งจะพบว่าที่ชาวบ้านจะนำมาแก้บนกันมากคือ หัวหมูต้ม ไก่ต้ม หรือแล้วแต่ใครจะบนอะไรไว้ นอกจากนี้ก็จะมีการนำมวยมาชกแก้บน เฉกเช่นในวันนี้ที่มีการจัดมวยมาชกแก้บนพร้อมกันถึง 10 คู่ แต่ละคู่จะมีผู้ประสบผลสำเร็จของแต่ละคน
ชาวบ้านบอกเพิ่มเติมว่า ข้อห้ามสำคัญสำหรับผู้ที่จะมากราบสักการะองค์หลวงพ่อจั่วแก้ว จะสำฤทธิ์ผล คืห้ามอธิฐานขอในสิ่งที่ผิดกฏหมาย หากสิ่งที่อธิฐานขอแล้ว ไม่ผิดกฏหมายบ้านเมือง สิ่งนั้นจะประสบผลสำเร็จเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากความศักดิ์ขององค์หลวงพ่อจั่วแก้ว อดีตเจ้าอาวาสวัดชัยชุมพลแล้ว ภายในวัดยังมี “ต้นปู่มะขามเฒ่า” (ต้นมะขามยักษ์) อายุกว่า 400 ซึ่งเป็นต้นมะขามที่มีขนาดใหญ่ ขนาด 7-8 คนโอบ สูงประมาณ 30 เมตร ล้มตายลงเมื่อปี พ.ศ. 2564 หลังจากต้นมะขามยักษ์นี้ล้มตายลง และได้มีการจัดเก็บรักษาไว้ที่บริเวณข้างทางเข้าวัด มีศาลาคลุมบังฝนบังแดด
ชาวบ้านสายมูก็ได้มาขอโชคขอลาภ หากใครประสบผลสำเร็จ ก็จะนำพวงมาลัยดอกไม้ธูปเทียน พร้อมกับเครื่องบวงสรวงตามแต่ใครจะอธิษฐานอะไรไว้ ก็จะนำสิ่งนั้นมาถวายแก้บน สังเกตได้ว่า ภายในต้นมะขามยักษ์ที่มีความเก่าแก่ จะมีพวงดอกไม้มากมาย ซึ่งในช่วงกลางเดือนเมษายน ชาวบ้านจะทำบุญเปลี่ยนผ้าคลุม ให้กับต้นมะขามยักษ์นี้เป็นประจำทุกปี
ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ จังหวัด อุตรดิตถ์ รายงาน