จากกรณี น้องทับทิม อินฟลูเอ็นเซอร์สาวผู้พิการแขนขวาแต่กำเนิด ออกมาเปิดเผยว่าถูกชายรายหนึ่งคือ นายยศกร หรือ แบงค์ ส่งข้อความคุกคามและบูลลี่ด้วยถ้อยคำล้อเลียนอย่างต่อเนื่องนานเกือบ 2 ปี จนส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างหนัก และต้องตัดสินใจดรอปเรียนเนื่องจากไม่กล้าเข้าสังคม เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ ตามที่มีการรายงานไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น
ล่าสุด วันที่ 2 เมษายน 2569 นายยศกร ได้เปิดใจผ่านรายการ ทุบโต๊ะข่าว โดยยอมรับว่าพฤติกรรมที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากความโมโหและความผิดหวัง หลังพยายามจีบน้องทับทิมแต่ไม่สำเร็จ จึงส่งข้อความไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ พร้อมยืนยันว่าปัจจุบันรู้สึกสำนึกผิดและต้องการขอโทษผู้เสียหาย โดยระบุว่า ด้วยความตอนนั้นโมโหที่จีบ (น้องทับทิม) ไม่ติด แล้วก็ทักไปแบบนั้น ทีนี้ผมรู้สึกผิดแล้ว ผมก็อยากจะขอโทษเขา เวลามันจำกัดมาก จะมีแค่วันจันทร์ที่ผมพอจะ ถ้าหาวันนัดเจอก็อาจจะขอโทษกัน หรือไม่ก็จะให้ผมคุยกับพ่อเขาโดยตรงก็ได้
นายยศกรยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาไม่ได้โพสต์พาดพิงถึงน้องทับทิมอีก และสัญญาว่าจะไม่กระทำพฤติกรรมเช่นนี้อีก ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลา 1 เดือน 1 ปี หรือแม้แต่ตลอดชีวิต พร้อมยอมรับว่าการกระทำที่ผ่านมาเกิดจากอารมณ์ผิดหวังและความโกรธในขณะนั้น จนพิมพ์ข้อความโดยไม่ยั้งคิด และเมื่อเห็นกระแสสังคมจึงตระหนักถึงความผิดพลาดของตนเอง
นอกจากนี้ เจ้าตัวยังระบุว่าพร้อมช่วยเหลือผู้เสียหายในสิ่งที่สามารถทำได้ แม้อาจไม่สามารถช่วยเหลือด้านการเงินได้มากนัก รวมถึงยินดีกราบขอขมา และถึงขั้นเสนอว่าจะลบเฟซบุ๊กของตนเอง หากทำให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่สบายใจ
ก่อนหน้านี้ คุณแม่ของนายยศกร ได้ออกมายอมรับว่าลูกชายกระทำผิดจริง พร้อมเปิดเผยว่าได้ติดต่อพูดคุยกับครอบครัวของน้องทับทิมแล้ว และรับตัวลูกชายกลับมาดูแล รวมถึงเข้าสู่กระบวนการรักษา โดยระบุว่า นายยศกรป่วยเป็นโรคแอสเพอร์เกอร์ (Asperger’s Disorder) แต่ต้องขาดการรักษาเนื่องจากครอบครัวประสบปัญหาทางการเงิน หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง
คุณแม่ยังกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ลูกชายเป็นเด็กเรียนดี มีจิตใจโอบอ้อมอารี และมักช่วยเหลือสังคมจนได้รับคำชื่นชมอยู่เสมอ ยืนยันว่าลูกชายไม่ได้มีนิสัยเลวร้ายมาตั้งแต่กำเนิด แต่พฤติกรรมที่เกิดขึ้นเป็นผลจากอาการป่วยและการขาดการรักษา