สปสช. แจงโอนให้ รพ.อุ้มผาง กว่า 55 ล้านบาท แลสิทธิบัตรทอง 2.8 หมื่นคน
ข่าวสังคม - โซเชียล

สปสช. แจงโอนให้ รพ.อุ้มผาง กว่า 55 ล้านบาท แลสิทธิบัตรทอง 2.8 หมื่นคน

กรณีมีการเชื่อมโยงว่าสถานการณ์วิกฤตทางการเงินของ โรงพยาบาลอุ้มผาง จ.ตาก อาจเกิดจากความล่าช้าในการเบิกจ่ายของ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นั้น เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2569 นายธวัชชัย เรืองโรจน์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช. ได้ชี้แจงว่า จากข้อมูลการลงทะเบียนสิทธิ พบว่า โรงพยาบาลอุ้มผางดูแลประชากรทั้งหมด 42,687 คน แบ่งเป็นผู้มีสิทธิบัตรทอง 28,243 คน ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ สปสช. และอีก 14,444 คน เป็นกลุ่มที่อยู่ระหว่างการพิสูจน์สถานะ ภายใต้กองทุนประกันสุขภาพบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ ของ กระทรวงสาธารณสุข

สำหรับงบประมาณในส่วนของสิทธิบัตรทอง สปสช. ยืนยันว่ามีการจัดสรรและโอนเงินให้หน่วยบริการอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลช่วงวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 มีนาคม 2569 ระบุว่า โรงพยาบาลอุ้มผางได้รับเงินโอนรวม 55,068,453.71 บาท

งบประมาณดังกล่าวครอบคลุมหลายหมวดสำคัญ ได้แก่ งบส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค 16,856,757.83 บาท งบผู้ป่วยนอกแบบเหมาจ่าย 16,097,190.53 บาท งบสนับสนุนพื้นที่กันดารและเสี่ยงภัย 15,647,428.00 บาท งบผู้ป่วยใน 9,720,621.70 บาท และงบลงทุนด้านบริการทางการแพทย์ 3,747,947.00 บาท

นอกจากนี้ ยังมีงบในบริการเฉพาะด้าน เช่น โรคเฉพาะทาง แพทย์แผนไทย การรักษาพยาบาลพนักงานท้องถิ่น การดูแลผู้ป่วยไตวาย การฟื้นฟูสมรรถภาพ บริการปฐมภูมิ รวมถึงการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และผู้ติดเชื้อเอชไอวี

นายธวัชชัยระบุว่า จากข้อมูลดังกล่าว สะท้อนว่า สปสช. ได้ดำเนินการจ่ายงบประมาณให้โรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การสรุปว่าสาเหตุปัญหาสภาพคล่องทางการเงินของโรงพยาบาลเกิดจากการจ่ายเงินล่าช้าเพียงปัจจัยเดียว จึงไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ โรงพยาบาลอุ้มผางเป็นโรงพยาบาลชายแดนที่มีข้อจำกัดเฉพาะ ต้องดูแลประชากรในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงผู้ป่วยข้ามแดนจำนวนมาก โดยผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้ให้ข้อมูลว่า ปัญหาทางการเงินยังได้รับผลกระทบจากรายได้ที่จำกัด ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และภาระการดูแลทั้งประชากรไทยและเมียนมา ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันสถานะทางการเงินของโรงพยาบาลเช่นกัน