หมอไทย อยู่สหรัฐฯ 50 ปี พอกลับมาไทย ถูกรถชนเสียชีวิต รักษาคนมาทั้งชีวิต ต้องมาจากไป บนถนนในประเทศตัวเอง
ข่าวสังคม - โซเชียล

หมอไทย อยู่สหรัฐฯ 50 ปี พอกลับมาไทย ถูกรถชนเสียชีวิต รักษาคนมาทั้งชีวิต ต้องมาจากไป บนถนนในประเทศตัวเอง

วันที่ 18 มีนาคม 2569 เฟซบุ๊ก เภสัชโอตะ PharmaOtaku มีการเล่าเรื่องญาติที่เป็นหมออยู่ที่สหรัฐอเมริกากว่า 50 ปี แต่เสียชีวิตจากการถูกรถชนที่ประเทศไทย พร้อมเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดดังนี้

ญาติคนนี้เป็นลูกพี่ลูกน้องกับแม่ เรียนจบแพทย์จุฬาฯ ก่อนจะไปใช้ชีวิตที่อเมริกายาวหลังใช้ทุนเสร็จ ไปเรียนต่อหมอหัวใจ และเป็นอาจารย์แพทย์ที่นั่นตั้งแต่ก่อนเราเกิดซะอีก

เราไม่เคยเห็นหน้า หรือไม่เคยเจอแกเลย ได้ยินเรื่องของแกผ่านแม่ เวลาที่แกกลับมาเยี่ยมญาติที่ไทย แม่เราจะเรียกแกว่า โกน่ง เราก็เลยเรียกตามแม่มาตลอด ก่อนหน้านี้ปีที่แล้ว ตอนแกรู้ว่าเรามีแพลนอยากจะไปอเมริกา โกน่งยังให้ที่อยู่ที่อเมริกาไว้ เผื่อเราจะไปพักด้วย แต่สุดท้าย...เราก็ยังไม่เคยได้เจอแกเลย

ล่าสุด เมื่อเดือนมกราคม โกน่งเดินทางมาประเทศไทยกับภรรยา เพื่อมางานรวมรุ่นแพทย์จุฬาฯ ซึ่งทุกคนล้วนเป็นแพทย์เกษียณ และไปทำกิจกรรมแพทย์อาสาที่ภาคใต้ ก่อนกลับ ทุกคนแวะพักผ่อนที่หัวหิน ก่อนวันกลับ 1 วัน ในขณะที่โกน่งกำลังจะขึ้นรถตู้ อยู่ ๆ ก็มีรถกระบะคันหนึ่งพุ่งตรงมาด้วยความเร็ว พุ่งชนร่างแพทย์โรคหัวใจวัย 70 จากอเมริกา กระเด็นออกไป ตอนนั้นหัวใจหยุดเต้น แต่สามารถปั๊มกลับขึ้นมาได้

ทุกคนรีบพาแกไปโรงพยาบาลใกล้ที่สุด ญาติ ๆ อยากส่งเข้าไปรักษาในกรุงเทพฯ แต่ทำได้ยากมาก เพราะซี่โครงหักหลายส่วน บาดแผลภายในรุนแรง จึงทำได้แค่ส่งตัวต่อไปโรงพยาบาลศูนย์ที่ใกล้ที่สุด คนที่ขับรถชน เป็นผู้หญิงอายุประมาณ 20 นิด ๆ มาเยี่ยมครั้งหนึ่ง พร้อมพูดว่า ไม่ได้ตั้งใจ และขอโทษซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่สำหรับครอบครัวของโกน่ง ไม่มีใครหวังการชดเชยอะไรเลย ทุกคนหวังแค่อย่างเดียว คือให้แกฟื้นขึ้นมา

แต่หลังจากนั้น อาการก็มีแต่ทรุดลง ไตวาย ต้องฟอกไตสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เริ่มมีการติดเชื้อ ร่างกายค่อย ๆ ล้มเหลวลงทีละส่วน ลูก ๆ ของโกน่ง 2 คนบินมาจากอเมริกาเพื่อมาเยี่ยมพ่อ มารู้ทีหลังว่า ซื้อตั๋วหลักแสน แม้จะบินอีโค่ เพราะสถานการณ์ช่วงนั้น หลังจากนั้นไม่นาน ภรรยาและลูก ๆ ก็ต้องบินกลับอเมริกาชั่วคราวไปจัดการธุระบางอย่าง ในช่วงนั้น แม่เราก็เป็นคนช่วยติดตามอาการจากโรงพยาบาล และคอยอัปเดตข่าวให้ภรรยาของโกน่ง

อาการของโกน่งไม่ดีขึ้นเลย หลังไตวาย ก็เริ่มติดเชื้อ และทรุดลงเรื่อย ๆ ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา ภรรยาของโกน่งกลับมาไทยอีกครั้ง พร้อมการตัดสินใจบางอย่าง หลังหารือกับแพทย์และญาติ ๆ แล้ว ภรรยาของโกน่งตัดสินใจ ยุติการรักษา เพราะแม้รักษาต่อไป อาการก็มีแต่จะทรุดลง หรือดีที่สุด...ก็อาจต้องเป็นผู้ป่วยติดเตียงไปตลอดชีวิต

หลังจากนั้น ญาติ ๆ ทุกคนมารวมตัวกันเพื่อบอกลาเป็นครั้งสุดท้าย มีคุณยายท่านหนึ่ง อายุเกือบ 90 ปี หูตาเริ่มไม่ดี แต่จ้างรถมาจากอยุธยา มารู้ทีหลังว่า เมื่อ 20 ปีก่อน แกเคยอยู่อเมริกา และเคยได้รับการรักษาโรคหัวใจจากโกน่ง พอรู้ว่าโกน่งประสบอุบัติเหตุที่ไทย แกอดใจไม่ไหวที่จะมาบอกลาด้วยตัวเอง

หลังจากนั้น 3-4 วัน โกน่งก็ยังไม่จากไป จนทุกคนพูดกันว่า สมกับเป็นแพทย์โรคหัวใจ เพราะอวัยวะล้มเหลวไปหมดแล้ว ยกเว้น หัวใจ ที่ยังค่อย ๆ เต้น ช้าลง...ช้าลง... และวันนี้ แม่ก็โทร. มาบอกว่า โกน่งจากไปแล้ว ท่ามกลางญาติ ๆ ทุกคน เรานั่งคิดอยู่นาน คนคนหนึ่ง ใช้ชีวิตทั้งชีวิตรักษาหัวใจของคนอื่น แต่สุดท้าย กลับต้องมาจากไป เพราะอุบัติเหตุบนถนนในประเทศของตัวเอง

ถนนในไทย มันไม่ได้อันตรายเพราะ โชคร้าย แต่มันอันตราย เพราะความประมาทของใครบางคน ที่อาจพรากทั้งชีวิตของอีกคนไปในไม่กี่วินาที คำว่า ไม่ได้ตั้งใจ มันเอาอะไรกลับมาไม่ได้เลย ถ้าคุณกำลังขับรถอยู่ ช่วยระวังให้มากกว่านี้อีกนิดก็ได้ เพราะคนที่อยู่ตรงหน้า อาจเป็นทั้งชีวิตของใครอีกหลายคน

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่โพสต์ดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปแล้วน้้น คนที่ได้อ่านโพสต์ดังกล่าวต่างนึกถึงเหตุการณ์อีกเหตุการณ์ที่คล้ายกันคือ ชาวต่างชาติปั่นจักรยานมาทั่วโลก แต่เสียชีวิตที่ประเทศไทย เป็นเรื่องความประมาทของคนที่แก้ไม่หาย จนเกิดเหตุการณ์ซ้ำแล้วซ้ำอีก