วันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภาการพยาบาล เรื่อง ชั่วโมงการทำงานของพยาบาลเพื่อความปลอดภัย พ.ศ.2569 โดยสภาการพยาบาลออกหลักเกณฑ์ใหม่กำหนดมาตรฐานชั่วโมงทำงาน เพื่อยกระดับความปลอดภัยของผู้ป่วยและลดความเหนื่อยล้าสะสมของพยาบาล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและคุณภาพบริการสุขภาพ
ประกาศดังกล่าวระบุว่า สภาการพยาบาลตระหนักถึงหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชี้ให้เห็นว่า การจัดกำลังพยาบาลอย่างเพียงพอและเหมาะสม เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบบริการสุขภาพที่ปลอดภัย ขณะเดียวกัน การทำงานต่อเนื่องยาวนานหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดความเหนื่อยล้า ส่งผลต่อสมรรถนะการทำงาน และกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย
อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ.2540 และข้อบังคับสภาการพยาบาลที่เกี่ยวข้อง จึงออกประกาศฉบับใหม่ โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา และยกเลิกประกาศนโยบายชั่วโมงการทำงานของพยาบาลเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ฉบับวันที่ 17 เมษายน 2560
สาระสำคัญของประกาศ กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับชั่วโมงการทำงานและการจัดเวร ดังนี้
ข้อ 6 กำหนดให้ผู้บริหารการพยาบาลของสถานพยาบาล ออกแบบและดำเนินการจัดเวลาปฏิบัติงาน เพื่อให้พยาบาลทำงานได้เต็มศักยภาพ และมีความปลอดภัยทั้งต่อผู้ป่วยและบุคลากร
ข้อ 7 จำกัดชั่วโมงทำงานของพยาบาล ไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน หรือ 16 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
ข้อ 8 ผู้บริหารต้องควบคุมชั่วโมงทำงานรวมไม่เกินวันละ 12 ชั่วโมง และไม่เกิน 52 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยรวมเวลาล่วงเวลาและการถูกเรียกตัว On Call ด้วย พร้อมกำหนดมาตรการลดความเหนื่อยล้า ได้แก่
(1) ต้องมีเวลาพักระหว่างเวรไม่น้อยกว่า 11 ชั่วโมง
(2) หลีกเลี่ยงการจัดเวรแบบ Quick return
(3) จัดวันพักหรือเวลาพักชดเชยหลังงานภาระสูง
(4) จัดช่วงพักสั้นหรือ Strategic napping โดยเฉพาะเวรกลางคืน พร้อมพื้นที่พักที่ปลอดภัย
ข้อ 9 ห้ามจัดตารางทำงานเกินวันละ 12 ชั่วโมง และหากทำงานวันละ 12 ชั่วโมง ต้องไม่เกิน 3 วันติดต่อกันภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงต่อความเหนื่อยล้าและอุบัติการณ์ไม่พึงประสงค์
ข้อ 10 หากจำเป็นต้องทำงานเกินเกณฑ์ตามข้อ 8 หรือข้อ 9 ให้ทำได้เฉพาะกรณีเร่งด่วนที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง และต้องได้รับอนุญาตจากผู้บริหารการพยาบาล พร้อมจัดทำแผนบริหารความต่อเนื่อง BCP และมาตรการแก้ปัญหาอัตรากำลังทั้งระยะสั้นและระยะยาว
ข้อ 11 แนะนำให้หลีกเลี่ยงการจัดเวรหมุนตลอด 24 ชั่วโมงที่เปลี่ยนเวลาบ่อยครั้ง และควรใช้การหมุนเวรแบบไปข้างหน้า พร้อมเวลาพักไม่น้อยกว่า 11 ชั่วโมง รวมถึงส่งเสริมเวรคงที่หรือรูปแบบผสมตามความเหมาะสม
ข้อ 12 กำหนดให้พยาบาลประเมินความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจก่อนตัดสินใจทำงานล่วงเวลาหรือทำงานต่อเนื่องหลายเวร เพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้ป่วย
ข้อ 13 แม้การทำงานล่วงเวลาเป็นไปโดยสมัครใจ ผู้บริหารยังต้องพิจารณาความเสี่ยงจากความเหนื่อยล้า และอาจใช้การประเมินความพร้อม Pre-Overtime Fitness for Duty Assessment ก่อนอนุญาตทำโอที
ข้อ 14 สถานพยาบาลต้องมีระบบสนับสนุนองค์กร เพื่อลดความเสี่ยงจากความเหนื่อยล้าและภาวะหมดไฟ Burnout ครอบคลุมการจัดภาระงาน สุขอนามัยการนอน การจัดการความเครียด โภชนาการ การออกกำลังกาย และสภาพแวดล้อมการทำงาน
ข้อ 15 ส่งเสริมให้พยาบาลสร้างสมดุลระหว่างการทำงาน การพัฒนาตนเอง การดูแลครอบครัว และการพักผ่อน เพื่อความยั่งยืนในวิชาชีพ
ข้อ 16 ให้นำหลักเกณฑ์ตามประกาศนี้ไปใช้กับผู้ช่วยพยาบาล พนักงานช่วยเหลือผู้ป่วย และบุคลากรในทีมการพยาบาลโดยอนุโลม
ประกาศ ณ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ลงนามโดย รองศาสตราจารย์ สุจิตรา เหลืองอมรเลิศ นายกสภาการพยาบาล
