สุดอาลัย สารวัตรกำนัน ถูกคนร้ายบุกยิงหน้าบ้านพัก ช็อกซ้ำรื้อบ้านกวาดทรัพย์สินเรียบ
ข่าวสังคม - โซเชียล

สุดอาลัย สารวัตรกำนัน ถูกคนร้ายบุกยิงหน้าบ้านพัก ช็อกซ้ำรื้อบ้านกวาดทรัพย์สินเรียบ

วันที่ 9 มีนาคม 2569 นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ ได้โพสต์ข้อความแจ้งข่าวเศร้าสลด โดยระบุว่าเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 8 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 21.00 น. ได้เกิดเหตุคนร้ายบุกเข้ามายิง นายรอยาลี อายุ 58 ปี ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นสารวัตรกำนันตำบลจะกว๊ะ จนเสียชีวิตบริเวณหน้าบ้านพักของตนเอง ในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลจะกว๊ะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลรามัน แต่ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอรามัน ได้ลงพื้นที่เข้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งสืบสวนหาสาเหตุและติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากนี้ นายชูการ์โน ยังได้ระบุข้อความถึงนายรอยาลีด้วยว่า เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นวันและคืนที่ตนไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันจะเป็นวันและคืนสุดท้ายที่ตนและเพื่อนคนนี้ ได้มาร่วมละศีลอดเดือนรอมฎอน ฮิจเราะห์ศักราช 1447 และร่วมละหมาดฟัรฎูมักริบ ณ มัสยิดบ้านปูลาละนอ หมู่ 3 ตำบลจะกว๊ะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เป็นวันและคืนสุดท้ายที่พระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ) ได้กำหนดให้เราพบกัน และจากกัน

สำหรับเหตุการณ์อุกอาจที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ หลังจากได้รับแจ้งเหตุ นายกิตติภณ เปรมรัชชานนท์ นายอำเภอรามัน พร้อมด้วย พ.ต.ท.นิพร อินสุวรรณ์ สารวัตรใหญ่ สภ.จะกว๊ะ รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้เร่งเดินทางเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุและติดตามความคืบหน้าอย่างเร่งด่วนที่โรงพยาบาลรามัน ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงห้องฉุกเฉิน พบว่าทีมแพทย์และพยาบาลกำลังเร่งให้การช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังความสามารถ แต่เนื่องจากผู้บาดเจ็บถูกยิงจนมีบาดแผลฉกรรจ์ จึงทำให้เสียชีวิตลงในเวลาต่อมา

จากการลงพื้นที่สอบถามข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีกลุ่มคนร้ายประมาณ 3 คน สวมหมวกเพื่อปิดบังใบหน้า และใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด เดินลัดเลาะเข้ามาทางด้านหลังบ้าน ก่อนที่จะบุกเข้าประชิดตัวและใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงนายรอยาลี ในขณะที่กำลังนั่งพักผ่อนอยู่บริเวณหน้าบ้าน และหลังจากที่ลงมือก่อเหตุเสร็จสิ้น กลุ่มคนร้ายได้บุกเข้าไปรื้อค้นหาทรัพย์สินภายในบ้าน ก่อนที่จะหยิบเอาอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. และอาวุธปืนเอ็ม-16 ซึ่งเป็นอาวุธประจำกายของทางราชการ หลบหนีไปด้วย

ทั้งนี้ ในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมและตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมทั้งเรียกสอบปากคำพยานแวดล้อม เพื่อค้นหาปมสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์สะเทือนขวัญในครั้งนี้ ว่าเกิดจากความขัดแย้งเรื่องส่วนตัว หรือมีความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนใต้หรือไม่ พร้อมกันนี้ได้เร่งกระจายกำลังเพื่อติดตามตัวกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วที่สุด