วันที่ 6 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา คณะติดตามโครงการก่อสร้างศูนย์ราชการจังหวัดแพร่ รวม 24 คน ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการ โดยมี นายณัฏฐนันท์ บัวศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 3 นำคณะ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และผู้แทนธรรมาภิบาลจังหวัดแพร่ เข้ารับฟังรายงานสรุปสถานการณ์การก่อสร้าง ที่ห้องประชุมสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดแพร่ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ โดยมี นายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ เป็นประธานการประชุม

ในการประชุม นายสิทธิภัทร ปาละนันทน์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดแพร่ รายงานความคืบหน้าว่า โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการจังหวัดแพร่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 วงเงินรวม 657,115,400 บาท โดยได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนตกลงว่าจ้าง บริษัทอัครกร ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ร่วมกับ บริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้รับจ้างก่อสร้าง ในวงเงิน 539,995,000 บาท กำหนดระยะเวลาก่อสร้าง 1,080 วัน จำนวน 237 งวดงาน เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2564 และสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 14 มีนาคม 2567

อย่างไรก็ตาม โครงการต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้การก่อสร้างล่าช้า จึงได้รับการขยายระยะเวลาดำเนินการเพิ่มเติมอีก 554 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2567 ถึงวันที่ 19 กันยายน 2568
แต่เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาที่ขยายออกไป พบว่าการก่อสร้างมีความคืบหน้าเพียงร้อยละ 25 เศษเท่านั้น ส่งผลให้ต้องเสียค่าปรับตามสัญญาวันละ 539,995 บาท โดยโครงการดังกล่าวประกอบด้วยการก่อสร้างอาคารสำคัญ 5 ส่วน ได้แก่ อาคารศาลากลางจังหวัดสูง 4 ชั้น จำนวน 1 หลัง อาคารหอประชุมขนาด 1,000 ที่นั่ง จำนวน 1 หลัง อาคารโรงอาหาร จำนวน 1 หลัง อาคารสโมสรร้านค้า จำนวน 1 หลัง และงานผังบริเวณพร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ

จากการตรวจสอบพบว่า ปัจจุบันมีความคืบหน้าการก่อสร้างจริงสะสมเพียงร้อยละ 25.13 เท่านั้น ขณะที่มีการเบิกเงินล่วงหน้าไปแล้วร้อยละ 15 คิดเป็นเงินประมาณ 81 ล้านบาท และมีการเบิกจ่ายงวดงานไปแล้ว 36 งวด เป็นเงินกว่า 63.75 ล้านบาท โดยยังคงเหลืองวดงานที่ยังไม่ได้ดำเนินการอีก 201 งวด คิดเป็นวงเงินประมาณ 395.23 ล้านบาท หรือร้อยละ 73 ของมูลค่าสัญญา
ด้าน นายณัฏฐนันท์ บัวศักดิ์ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบสัญญาณชัดเจนว่าบริษัทผู้รับจ้างได้ขนย้ายคนงานและอุปกรณ์ออกจากพื้นที่ก่อสร้าง จึงเชื่อว่าอาจเป็นการทิ้งงาน ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณายกเลิกสัญญา และเตรียมหาผู้รับจ้างรายใหม่เข้ามาดำเนินโครงการต่อไป

ทั้งนี้ ผู้รับจ้างได้ชี้แจงว่า การก่อสร้างล่าช้าเนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 แม้จะได้รับการขยายเวลาแล้ว แต่เมื่อตรวจสอบสภาพหน้างานพบว่าการดำเนินการไม่เป็นไปตามสัญญา ส่งผลให้โครงการเกิดความเสียหายและเสียโอกาสอย่างมาก ขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องตรวจสอบรายละเอียดเนื้องานที่ดำเนินการไปแล้วว่ามีความสอดคล้องกับงบประมาณที่เบิกจ่ายหรือไม่ รวมถึงประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรัฐ

ทั้งนี้ยังมีรายงานว่า โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการจังหวัดแพร่เผชิญปัญหาและอุปสรรคมาอย่างต่อเนื่อง โดยประชาชนในพื้นที่บางส่วนมองว่าการบริหารจัดการโครงการของจังหวัดยังขาดประสิทธิภาพในการควบคุมงาน ขณะที่บริษัทผู้รับจ้างจากจีนให้ข้อมูลว่าประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน รวมถึงขั้นตอนการดำเนินการตามระเบียบราชการบางประการที่มีความซับซ้อน ส่งผลให้การก่อสร้างล่าช้า และกระทบต่อการพัฒนาพื้นที่ของจังหวัดแพร่ รวมถึงงบประมาณภาษีของประเทศอย่างน่าเสียดาย