แพทยสภา เผยตรวจสอบพญ. ถูกร้อง 30 คดี มี ร้อยไหมทองคำ เสี่ยงเข้าข่ายหลอกลวง ยืนยันไม่ได้รังแกใครเป็นการเฉพาะ
ข่าวสังคม - โซเชียล

แพทยสภา เผยตรวจสอบพญ. ถูกร้อง 30 คดี มี ร้อยไหมทองคำ เสี่ยงเข้าข่ายหลอกลวง ยืนยันไม่ได้รังแกใครเป็นการเฉพาะ

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีรายงานข่าวจาก แพทยสภา เปิดเผยว่า ขณะนี้ แพทยสภา อยู่ระหว่างการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน การกระทำผิดด้านจริยธรรมของแพทย์ทุกคดี ซึ่งส่วนใหญ่ 99% มาจากการร้องเรียนโดยหน่วยงานที่แจ้งเรื่องเข้ามา

เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) รวมถึงประชาชน ส่งเรื่องเข้ามาให้ แพทยสภาตรวจสอบ

โดย 1 ในนั้นเป็นเคสของแพทย์หญิงคนหนึ่ง ที่ถูกร้องเรียน และอยู่ระหว่างสอบสวนกว่า 30 คดี ส่วนใหญ่ เป็นเรื่องการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งหากมีผลพิจารณาด้านจริยธรรมแพทยสภาออกมาทั้งหมด อาจจะถึงขั้นเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ

แพทยสภายืนยันว่า รับเรื่องที่มีการร้องเรียนเข้ามาจากประชาชน นำมาตรวจสอบหาข้อเท็จจริงเช่นนี้ ไม่ได้มีความต้องการ หรือจุดประสงค์จะรังแกใครเป็นการเฉพาะ เพราะแพทยสภา ต้องทำหน้าที่คุ้มครองประชาชน ดังนั้น ผู้ร้องเรียนมีตัวตนจริง และแพทยสภาไม่ได้ไปไล่จับผิดแพทย์

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการทำหัตถการร้อยไหม ชนิดพิเศษ โดยใช้ทองคำมาเป็นวัสดุ ที่เกิดเรื่องร้องเรียนเมื่อ 5 ปีก่อน ซึ่งแม้แพทย์หญิง ที่ถูกร้องเรียนจะชนะคดี แต่สาเหตุเกิดจากความหละหลวมของนิติกรแพทยสภา ในการเชิญมาให้ปากคำ แพทย์หญิง จึงไปฟ้องศาลปกครอง ทำให้เกิดช่องโหว่ทางกฎหมาย ที่แพทย์หญิงใช้เป็นข้อได้เปรียบในการสู้คดี

ซึ่งครั้งนั้น ศาลได้ให้แพทยสภาไปเรียบเรียงสำนวนส่งฟ้องใหม่อีกครั้ง โดยขณะนี้ แพทยสภา กำลังดำเนินการอยู่ ยืนยันว่า ผลการพิจารณาความผิดยังเป็นเหมือนเดิม คือ การหลอกลวงประชาชน และมีบทลงโทษพักใช้ใบอนุญาต คาดว่า จะประกาศผลในเร็วๆ นี้

ศาลไม่ได้บอกว่า แพทยสภาตัดสินผิด เพียงแต่ให้กลับมาทำให้ครบกระบวนการ ดังนั้นเรื่องการหลอกลวงนี้รุนแรงกว่าการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ

โดยในกรณีดังกล่าวผู้เสียหายยังได้ยื่นคำร้องว่า ค่าใช้จ่ายในการให้บริการทางการแพทย์สูงเกินจริง เฉพาะค่าแพทย์ร้อยไหมก็ 500,000 บาทแล้ว ซึ่งแพทย์ผ่าตัดสมอง ผ่าตัดหัวใจ ยังไม่กล้าคิดสูงขนาดนี้ ที่เหลือเป็นค่าไหมพิเศษและอื่นๆ เบ็ดเสร็จจ่ายเป็นล้าน จึงมีการร้องเรียนเข้ามา ซึ่งมีผู้เสียหายมากกว่า 1 ราย สูญเสียค่าบริการไปมากกว่า 1 ล้านบาท

แหล่งข่าวจากแพทยสภาระบุอีกว่า สำหรับค่าบริการที่จ่ายไปนั้น แพทยสภาไม่ได้กังวล เพราะถือเป็นการตกลงระหว่างคู่กรณี แต่ที่กังวลคือเรื่องของทองคำ ที่ทางการแพทย์ชี้ว่าทองคำไม่สามารถอยู่ในร่างกายได้ ดังนั้น ไหมทองคำ ไม่มีอยู่จริงในการแพทย์

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ร้อยไหมที่เกิดขึ้นนั้น ถ้าหากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับใบอนุญาตจาก อย.ถูกต้อง ไม่ได้มีความผิดอะไร แต่จะผิดถ้ามีการนำมาโฆษณาชวนเชื่อ หลอกลวงให้ผู้ป่วยเข้าใจไปอีกแบบ จึงต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายหลอกลวงหรือไม่ ซึ่งหากมีความผิดจะถึงขั้นการลงโทษพักใช้ใบประกอบวิชาชีพ