สุดเวทนา! แม่เฒ่า วัย 70 ป่วยหนัก ชาวบ้านต้องหามลุยทางโคลนไปหาหมอ สุดท้ายไม่ทัน เพราะถนนเข้าไม่ถึง
ข่าวสังคม - โซเชียล

สุดเวทนา! แม่เฒ่า วัย 70 ป่วยหนัก ชาวบ้านต้องหามลุยทางโคลนไปหาหมอ สุดท้ายไม่ทัน เพราะถนนเข้าไม่ถึง

วันที่ 23 ก.พ. 2569 เฟซบุ๊ก วรศักดิ์ พานทอง ได้มีการโพสต์เรื่องราวสุดเศร้า ระบุความว่า เมื่อวินาทีแห่งชีวิต... ต้องพ่ายแพ้ต่อเส้นทางที่ยากลำบาก เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. ผมได้รับรายงานที่น่าสลดใจจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ต.แม่ยวม ถึงการจากไปของ แม่ลอยบอย ษมาจิตโอบอ้อม วัย 70 ปี ราษฎรบ้านแม่ปอ ซึ่งท่านเป็น มารดาของนายกมล ษมาจิตโอบอ้อม ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหย่อมบ้านแม่ปอ

เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ผมมองย้อนกลับไปถึงภาพความทรงจำเมื่อปีที่แล้ว ที่ผมได้มีโอกาสลงพื้นที่ไปเยี่ยมพี่น้องที่หมู่บ้านแห่งนี้ ระยะทางในแผนที่อาจดูไม่ไกล แต่ในความเป็นจริง สภาพถนน คืออุปสรรคที่ใหญ่หลวงที่สุด และส่งผลกระทบโดยตรงต่อลมหายใจของพี่น้องประชาชน

ในวันที่ฝนตกหนักพื้นผิวถนนกลายเป็นโคลนลื่นจนรถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ตามปกติ เมื่อแม่ลอยบอยมีอาการป่วยทรุดหนักลง ชาวบ้านจึงต้องช่วยกัน "แบกเปลหาม" ฝ่าเส้นทางวิบากลัดเลาะตามไหล่เขาเพื่อส่งตัวไปยังบ้านแม่กองคา ก่อนจะต่อรถฉุกเฉินไปยังโรงพยาบาลแม่สะเรียง... แม้ทีมแพทย์จะพยายามยื้อชีวิตด้วยการทำ CPR อย่างสุดความสามารถ แต่สุดท้าย "ระยะทางและเวลา" ก็พรากแม่จากเราไปอย่างไม่มีวันกลับ

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของความยากจน แต่นี่คือเรื่องของ เส้นทางคมนาคมที่ชี้เป็นชี้ตาย

กว่า 20 ปีที่แม่ฮ่องสอนถูกจัดว่าเป็นจังหวัดที่ยากจนต่อเนื่อง แต่สิ่งที่สะท้อนความยากลำบากได้ชัดเจนที่สุด คือการที่พี่น้องเรายังขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็น ทั้ง ถนนที่ปลอดภัย ประปา ไฟฟ้า และสัญญาณโทรศัพท์ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ความสะดวกสบาย แต่มันคือโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยรักษาชีวิตคนในยามวิกฤต

การจากไปของแม่ลอยบอยในวันนี้ ต้องไม่เป็นเพียงแค่ตัวเลขในรายงาน แต่มันคือ เสียงสะท้อน ถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาเส้นทางในพื้นที่ห่างไกล เพราะสำหรับพี่น้องบนดอย ถนนที่ดีขึ้นเพียงกิโลเมตรเดียว อาจหมายถึงอีกหนึ่งชีวิตที่รอดกลับมาหาครอบครัว

ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวษมาจิตโอบอ้อม ด้วยครับ