วันนี้ (20 กุมภาพันธ์ 2569) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนางสาวหนึ่งฤทัย ละลมชัย อายุ 34 ปี ชาวตำบลหนองนาแซง อ.เมืองชัยภูมิ จ.ชัยภูมิ ขอเข้าพบเพื่อขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชนที่ศูนย์ประสานงานสื่อมวลชนเพื่อการพัฒนาจังหวัดชัยภูมิ และให้ช่วยประสานขอความช่วยเหลือไปที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยภูมิ หลังเกิดเหตุสามีตนเองเสียชีวิต พร้อมทั้งตนเองได้รับบาดเจ็บสาหัสแขนซ้ายหัก จากการทำงานให้นายจ้างรายหนึ่งอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือช่วยดูแลเยียวต่อนายจ้างรายนี้เลย
โดย น.ส.หนึ่งฤทัย เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตนเองพร้อมสามี นายนัธทวัฒน์ ปังชัยภูมิ อายุ 29 ปี พร้อมบุตรชาย วัย 2 ขวบ ได้ไปสมัครงานเป็นพนักงานขับรถตู้ส่งพัสดุให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง มาตั้งแต่ช่วงเดือน ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ทำงานมาต่อเนื่องกว่า 4 เดือน ก่อนจะเกิดปัญหารถตู้ขนส่งของบริษัทนายจ้างรายนี้ มีปัญหาเรื่องรถยนต์ตู้ขนส่งไม่มีความพร้อมในการใช้ทำงานขนส่ง ทั้งปัญหาระบบเบรก รถเบรกไม่อยู่ เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ตัวเธอเองและสามี และบุตรชายที่อายุ 2 ขวบ ที่ต้องเดินทางไปทำงานขึ้นรถขนส่งพัสดุกินนอนในรถดังกล่าวด้วยกัน ได้เกิดอุบัติเหตุระหว่างขนส่งพัสดุไปส่งให้นายจ้างตามจังหวัดใกล้เคียงในพื้นที่ กทม.และสมุทรปราการ รถก็เกิดปัญหาเบรกไม่อยู่หวิดได้รับบาดเจ็บรุนแรงมาแล้วถึง 2 ครั้ง

พยายามแจ้งให้นายจ้างทราบ อยากให้ช่วยซ่อมรถของบริษัทที่ควรมีสภาพขับขี่ปลอดภัยให้ดีกว่านี้ หรือน่าจะเปลี่ยนรถคันใหม่มาใช้ขนส่งแทนดีกว่า แต่ทางนายจ้างก็อ้างว่าเดี๋ยวรอให้หยุดช่วงสงกรานต์ค่อยซ่อมดีกว่า จนล่าสุดตนเองและสามีพร้อมลูกชาย 2 ขวบ ได้ขับรถตู้ดังกล่าวไปส่งสินค้าของบริษัท ต้องไปประสบอุบัติเหตุรถเบรกไม่อยู่ไปชนตอหม้อรางรถไฟฟ้าเกาะกลางถนนที่บริเวณหน้าห้างแม็คโคร ปากซอยศรีนครินทร์ 38 เขตประเวศ จังหวัดกรุงเทพมหานคร จนตนเองได้รับบาดเจ็บแขนซ้ายหัก และสามีได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่โชคยังดี บุตรชายมีพลเมืองดีมาช่วยออกจากรถได้ทัน ก่อนถูกส่งตัวไปรักษาที่อยู่ที่ รพ.กรุงเทพฯ(เอกชน) เมื่อวันที่ 25 ม.ค.69 ที่ผ่านมา
ซึ่งสามี อาการสาหัสมาก มีค่ารักษาสูงกว่า 180,000 บาท ตัวเธอเองและสามี ไม่มีเงินพอจ่ายค่ารักษาตัวเกิน พรบ.ที่คุ้มครองได้เพียงไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งค่ารักษาตัวเธอเองอีกก็รวมทั้งหมดรวมกว่า 300,000 บาท จึงขอให้ทาง รพ.กรุงเทพฯ ส่งตัวมารักษาตัวต่อที่ รพ.ชัยภูมิ บ้านเกิดตนเอง ก่อนที่สามีจะเสียชีวิตที่ รพ.ชัยภูมิ เมื่อช่วงวันที่ 27 ม.ค.69 ที่ผ่านมา และจัดงานเผาศพให้สามีเมื่อ 29 ม.ค.69 ที่ผ่านมา

ตนเองพยายามติดต่อให้นายจ้างรายนี้ ช่วยเยียวยาครอบครัวตนเอง ที่ต้องมาสูญเสียผู้นำครอบครัว จากการทำงานเป็นพนักงานให้กับบริษัทรายนี้บ้าง ซึ่งก็มีเพียงช่วยค่ารักษาให้กับ รพ.กรุงเทพ เพียง 80,000 บาท และส่งค่ารถให้ย้ายกลับมารักษาตัวต่อที่ รพ.ชัยภูมิ อีกเพียง 3,000 บาท เท่านั้น แม้แต่ช่วงงานเผาศพของสามี ทางนายจ้างรายนี้ก็ไม่มาช่วยเหลือเยียวยาพนักงานลูกจ้างเลย ตาม พรบ.ประกันสังคม และสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน เพื่อมาช่วยเหลือพนักงานใดๆ ได้บ้างก็ไม่มี
ล่าสุด บอกว่าจะช่วยได้แค่จะให้เงินเยียวยาครอบครัวเธอเป็นค่านมบุตรชายเดือนละ 2,000 บาท ในระยะเวลาเพียง 1 ปี ก็รวมเพียง 24,000 บาทเท่านั้น แต่ก็ยังไม่มีการมาช่วยเหลือที่ว่าจะช่วยเดือนละ 2,000 บาท ใน 1 ปี เรื่องนี้ก็ไม่ยอมช่วยตามที่ว่า ก็หายเงียบไปอีก ซึ่งขณะนี้ก็ไม่รู้จะไปขอความเป็นธรรมจากใครได้อีกแล้ว ที่ชีวิตคนที่เป็นลูกจ้างเป็นพนักงานแรงงานมาเจอนายจ้างบริษัทที่จ้างงานแบบนี้ พนักงานเสียชีวิตบาดเจ็บสาหัสระหว่างปฏิบัติหน้าที่ให้บริษัท
ครั้งนี้จึงได้เดินทางเพื่อมาขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชน ที่ศูนย์ประสานงานสื่อมวลชนเพื่อการพัฒนาจังหวัดชัยภูมิ และที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยภูมิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยให้ความเป็นธรรมต่อพนักงานลูกจ้างที่เกิดอุบัติเหตุจากการปฏิบัติหน้าที่จนเสียชีวิตในขณะทำงานให้นายจ้างบริษัทจ้างงาน ที่อยากให้มีการเข้ามาช่วยเหลือเยียวยาคุณภาพชีวิตสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ครอบครัวของพนักงานแรงงานลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบเกิดสูญเสียชีวิตในการทำงาน ถูกนายจ้างทอดทิ้งไร้การเยียวยาช่วยเหลือครอบครัว

เธอต้องกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ขาดสามีผู้นำไปครอบครัวไป ยังต้องแบกภาระต้องเลี้ยงดูบุตรชายและหญิงอายุ 1-2 ขวบอีก 2 คน เพียงลำพังคนเดียว ตามความเหมาะสมมากกว่านี้ที่เป็นอยู่กับชีวิตแรงงานไทยที่ถูกต้องเหมาะสมในปัจจุบันมากกว่านี้ด้วย อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อช่วงเวลา 09.30 น.วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยภูมิ ได้รับเรื่องร้องทุกข์ จากสาวชัยภูมิ รายนี้แล้ว เพื่อเร่งดำเนินประสานงานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแรงงานจังหวัด บริษัทนายจ้างรายนี้ เพื่อให้ความเป็นธรรม และการช่วยเหลือเยียวยาต่อกรณีที่เกิดขึ้นโดยเร็วต่อไป
ผู้สื่อข่าวจังหวัดชัยภูมิ รายงาน