อี้ แทนคุณ พากลุ่มต่างชาติร้อง ปอศ. แฉขบวนการเทรดทองเก๊ King Power Gold สูญกว่า 300 ล้าน
ข่าวสังคม - โซเชียล

อี้ แทนคุณ พากลุ่มต่างชาติร้อง ปอศ. แฉขบวนการเทรดทองเก๊ King Power Gold สูญกว่า 300 ล้าน

วันที่ 18 ก.พ. 2569 ที่ บช.ก.อี้ แทนคุณ พาเหยื่อแชร์ลูกโซ่เทรดทองข้ามชาติ ร้อง ปอศ. หลังสูญกว่า 300 ล้าน จำนวนผู้ตกเป็นเหยื่อกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศกว่า 400 ราย

ดร.แทนคุณ เปิดเผยว่า ขบวนการนี้มักเลือกเหยื่อในพื้นที่พัทยา โดยใช้วิธีตีสนิทผ่านกิจกรรมสันทนาการ เช่น การเล่นกีฬาหรือสนุกเกอร์ ก่อนชักชวนลงทุนในชื่อบริษัท King Power Gold อ้างกำไรสูงหลักพันบาทต่อวัน สร้างความน่าเชื่อถือด้วยการนำใบจดทะเบียนพาณิชย์และเช็คเงินสดมาแสดง ช่วงแรกจ่ายปันผลจริงเพื่อล่อใจ แต่พอผ่านไปหลายเดือนเริ่มบ่ายเบี่ยงอ้างระบบมีปัญหา เงินติดบล็อก และท้ายที่สุดกลับไล่ให้ผู้เสียหายไปฟ้องเอาเอง มิหนำซ้ำยังข่มขู่ทำร้ายร่างกายและขู่จะให้ถูกส่งตัวออกนอกประเทศ เมื่อตรวจสอบกับธนาคารจึงพบว่าเช็คทั้งหมดเป็นเช็คเด้งและบัญชีถูกปิดไปนานแล้ว

การเข้าร้องทุกข์ต่อ บก.ปอศ. ในครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่ 3 ประเด็นสำคัญ คือ

1. ติดตามความคืบหน้าคดีและทรัพย์สิน เนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วประเทศ

2. กังขาการปล่อยตัวผู้ต้องหา สอบถามเหตุผลที่ตำรวจท้องที่ (พัทยา) ปล่อยตัวผู้ต้องหา 4 ราย จากที่จับกุมได้ 6 ราย (รวมผู้ต้องหาทั้งหมด 7 ราย เป็นไทย 5 ต่างชาติ 2) ซึ่งสร้างความหวาดกลัวเรื่องความปลอดภัยแก่เหยื่อ

3. ขยายผลขบวนการ ให้ตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐหรือพนักงานธนาคารเกี่ยวข้องกับการออกเอกสารและเช็คหรือไม่ รวมถึงสืบหาเส้นทางเงินว่ามีการโอนออกนอกประเทศหรือไม่ หลังพบผู้ต้องหาชาวเยอรมัน 1 รายหลบหนีออกนอกประเทศไปได้

ตัวแทนผู้เสียหายหญิงวัย 41 ปี ภรรยาชาวอังกฤษ เล่าว่าหลงเชื่อลงทุนไปกว่า 2 ล้านบาท ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2567 เพราะกลุ่มมิจฉาชีพดูน่าเชื่อถือและไม่ต้องเทรดเอง เพียงรอรับผลกำไรอย่างเดียว แต่หลังผ่านไป 4 เดือนกลับเริ่มถูกบ่ายเบี่ยงอ้างราคาทองผันผวน พอทวงถามหนักเข้าก็ถูกข่มขู่ จึงตัดสินใจแจ้งความเมื่อต้นปี 2568 แต่เมื่อทราบว่าผู้ต้องหาที่มาชวนตนได้รับการปล่อยตัว จึงเกิดความกังวลว่าคดีจะไม่คืบหน้าและเกรงจะไปก่อเหตุซ้ำกับผู้อื่น

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย ปอศ. เคยมีการแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาไปเมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งทางกลุ่มผู้เสียหายยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน