15 กุมภาพันธ์ 2569 นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยที่กระทรวงสาธารณสุขว่า กรมควบคุมโรคได้รับรายงานผู้ป่วยโรคฝีดาษวานร Mpox เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ต้องขังชาย อายุ 44 ปี มีโรคประจำตัวหลายโรค ได้แก่ ติดเชื้อเอชไอวีร่วมกับไวรัสตับอักเสบบี ซี และซิฟิลิส และขาดการรักษาต่อเนื่อง ส่งผลให้มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องขั้นรุนแรง
กระทรวงสาธารณสุขได้รับรายงาน ผู้ต้องขังชายเสียชีวิต 1 รายจาก ฝีดาษวานร กรมการแพทย์ โดยกรมควบคุมโรคได้ร่วมกับกรมราชทัณฑ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมโรคทันที เพื่อจำกัดการแพร่ระบาดและกำหนดมาตรการเฝ้าระวังอย่างเหมาะสม
โรคฝีดาษวานร Mpox เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่สามารถแพร่จากสัตว์สู่คน และคนสู่คนผ่านการสัมผัสใกล้ชิด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของผู้ติดเชื้อ อาการเด่น ได้แก่ ไข้ ปวดเมื่อย ต่อมน้ำเหลืองโต และผื่นตุ่มหนองตามร่างกาย โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะหายเองได้ภายใน 2–4 สัปดาห์ แต่อาจมีอาการรุนแรงในเด็กและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่เริ่มมีไข้ โดยช่วงที่มีผื่นมักเป็นระยะที่แพร่เชื้อได้มาก ระยะฟักตัวอยู่ที่ 5–21 วัน ส่วนใหญ่ประมาณ 10–14 วัน อาการเริ่มจากไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ต่อมน้ำเหลืองโต จากนั้นจะมีผื่นพัฒนาเป็นลำดับจากผื่นนูนแดง ตุ่มน้ำใส ตุ่มหนอง และตกสะเก็ด มักพบบริเวณใบหน้า ฝ่ามือ ฝ่าเท้า รวมถึงอาจพบในช่องปากและอวัยวะเพศ

กลุ่มเสี่ยงอาการรุนแรงมี 8 กลุ่ม ได้แก่
1. ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
2. ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือด และโรคมะเร็งอวัยวะต่าง ๆ
3. ผู้ป่วยโรคมะเร็งอวัยวะต่าง ๆ
4. ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ
5. ผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยยา สาร หรือรังสีเพื่อรักษาโรคมะเร็ง
6. ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูกหรืออวัยวะ
7. ผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตนเอง
8. เด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี
การตรวจวินิจฉัยใช้เทคนิค Real-time PCR จากของเหลวในตุ่มน้ำที่ผิวหนัง ลำคอ หรือจากเลือด
ด้านการรักษา โรคฝีดาษวานรสามารถรักษาให้หายได้ ในผู้ป่วยอาการไม่รุนแรงยังไม่มียารักษาเฉพาะ โดยรักษาตามอาการ เช่น ให้ยาลดไข้และดูแลผิวหนังให้สะอาด ส่วนผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำและมีอาการรุนแรง แพทย์จะพิจารณารับไว้รักษาในโรงพยาบาล และอาจพิจารณาใช้ยาต้านไวรัสที่อยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยขององค์การอนามัยโลก ตามดุลยพินิจผู้เชี่ยวชาญ
มาตรการป้องกัน ได้แก่ หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่วยหรือสัตว์พาหะโดยเฉพาะลิงและสัตว์ฟันแทะ ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่ง บาดแผล เลือด น้ำเหลืองของสัตว์หรือผู้ป่วย สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยง และสามารถเข้ารับวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษวานรได้ที่สภากาชาดไทย สำหรับผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป หากพบตุ่มหนองผิดปกติหลังมีไข้ ควรแยกกักตัวและพบแพทย์ทันที
ทั้งนี้ กรมการแพทย์ได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากหลายหน่วยงาน จัดทำแนวทางวินิจฉัย ดูแลรักษา และป้องกันการติดเชื้อโรคฝีดาษวานร ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2566 และอยู่ระหว่างการปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัย พร้อมย้ำให้ประชาชนตื่นตัวอย่างเข้าใจ ไม่ตื่นตระหนก เนื่องจากโรคฝีดาษวานรต้องอาศัยการสัมผัสใกล้ชิดจึงจะแพร่เชื้อได้ และส่วนใหญ่สามารถหายเองตามอาการของโรคได้