เกิดอะไรขึ้น! บ.ไม้อัดไทย บริษัทลูก อ.อ.ป. ยื่นล้มละลายเองแล้ว
ข่าวสังคม - โซเชียล

เกิดอะไรขึ้น! บ.ไม้อัดไทย บริษัทลูก อ.อ.ป. ยื่นล้มละลายเองแล้ว

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานกรรมการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ นัดพิเศษ ณ ห้องประชุม 301 อาคารสำนักงานกลางองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้

โดยที่ประชุมได้รับรายงานประเด็นเร่งด่วน กรณีการล้มละลายของบริษัท ไม้อัดไทย จำกัด ซึ่งองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ถือหุ้นเกือบทั้งหมด พบว่าบริษัทมีหนี้ภาษีอากรค้างชำระ พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม รวมประมาณ 1,166 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บริษัทมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินเป็นจำนวนมาก จึงเกิดข้อสงสัยต่อกระบวนการดำเนินการในอดีตว่า เหตุใดบริษัทจึงถูกศาลมีคำสั่งให้ล้มละลาย เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2561 ส่งผลให้ทรัพย์สินถูกยึดและอยู่ระหว่างการเตรียมนำออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ ซึ่งเจ้าหนี้หลักคือกรมสรรพากร

ทั้งนี้ ทรัพย์สินสำคัญของบริษัท ได้แก่ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในย่านบางนา จำนวน 7 แปลง ซึ่งปัจจุบันอาจมีมูลค่ารวมมากกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้ อ.อ.ป. และภาครัฐสูญเสียประโยชน์ หากไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างรอบคอบ

ดร.รวีวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ อ.อ.ป. นัดพิเศษ มีมติสำคัญ 5 ประเด็น ได้แก่

1. มอบหมายให้ อ.อ.ป. จัดส่งเอกสารการประเมินราคาทรัพย์สินที่ดินแปลงบางนา ซึ่งได้ว่าจ้างหน่วยงานเอกชนดำเนินการประเมินราคา ให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการกำหนดราคาทรัพย์ ให้เป็นไปอย่างรอบด้าน เป็นธรรม และโปร่งใส ภายในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569

2. เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อเจรจาเกี่ยวกับหนี้สินของบริษัท โดยให้เร่งยื่นหนังสือต่อกรมบังคับคดี เพื่อขอเจรจาประนอมหนี้

3. มอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ตรวจสอบกระบวนการยุบเลิกบริษัทว่าได้ดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมายหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบเหตุผลที่ผู้ชำระบัญชีร้องขอให้บริษัทล้มละลาย ทั้งที่มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน

4. มอบหมายให้ อ.อ.ป. จัดทำข้อมูลและรายงานเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ พ.ศ. 2499 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยด่วน

5. เห็นชอบให้ส่งเรื่องดังกล่าวต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อพิจารณา หากผลการตรวจสอบพบเหตุอันควรสงสัยว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น

ดร.รวีวรรณ เน้นย้ำว่า การดำเนินการทุกขั้นตอนจะต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ โดยยืนยันในนามคณะกรรมการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าจะให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความเป็นธรรม และการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของทางราชการ