ไม่ยอม! ปชช. เดือด ร่วมสวมชุด PPE ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมให้ หมอสุภัทร
ข่าวสังคม - โซเชียล

ไม่ยอม! ปชช. เดือด ร่วมสวมชุด PPE ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมให้ หมอสุภัทร

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน ร่วมกับกลุ่มเพื่อนหมอสุภัทร และเครือข่ายผู้สูญเสียจากโควิด-19 เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และนายวรวิทย์ สุขบุญ ประธานคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) เพื่อขอความเป็นธรรมในกรณี นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ถูกมีคำสั่งปลดออกจากราชการ โดยผู้ร่วมกิจกรรมได้สวมชุดพีพีอี สวมหน้ากากอนามัย พร้อมเขียนข้อความ Save หมอสุภัทร และถือดอกไม้เพื่อแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ ให้กำลังใจ ก.พ. และ ก.พ.ค. ในการคืนความยุติธรรมตามหลักระบบคุณธรรม

นางนัยนา ยลจอหอ ตัวแทนเครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยง เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวในครั้งนี้สืบเนื่องจากมติของคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือนประจำกระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.สธ.) ที่มีมติให้ปลด นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ออกจากราชการ ฐานกระทำผิดวินัยร้ายแรง จากกรณีการจัดซื้อจัดจ้างชุดตรวจโควิด-19 (ATK) และการนำชมรมแพทย์ชนบทเข้ามาช่วยตรวจคัดกรองโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครช่วงปี 2564 ซึ่งถูกระบุว่าเป็นการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามระเบียบราชการ

นางนัยนา ระบุว่า เครือข่ายมองว่ามติดังกล่าวไม่เป็นธรรม เนื่องจากภารกิจของกลุ่มแพทย์ชนบทในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาดรุนแรง ไม่ได้เป็นเพียงการตรวจคัดกรองเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเข้าใจ ลดความตื่นตระหนก และสนับสนุนให้ชุมชนสามารถปรับตัวรับมือกับวิกฤติร่วมกับภาครัฐได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยยืนยันว่า การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปด้วยเจตนาบริสุทธิ์ และให้ความสำคัญกับการรักษาชีวิตประชาชนเป็นอันดับแรก

ทั้งนี้ เครือข่ายได้ยื่นข้อเสนอต่อ ก.พ. และ ก.พ.ค. รวม 4 ประเด็น ได้แก่

1. ขอให้พิจารณาเห็นถึงบทบาทและคุณูปการของกลุ่มแพทย์ชนบทในการช่วยเหลือประชาชนช่วงโควิด-19 ระบาดรุนแรง

2. ขอให้มีการสอบสวนใหม่ เนื่องจาก นพ.สุภัทร ยังไม่ได้รับโอกาสชี้แจงด้วยวาจาต่อคณะกรรมการสอบสวนวินัย ตามที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิชี้แจงและนำสืบแก้ข้อกล่าวหา

3. ขอให้ ก.พ. และ ก.พ.ค. ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และผดุงความยุติธรรม โดยอาจพิจารณาเปิดการไต่สวนในลักษณะสาธารณะ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบราชการ

4. ขอเรียกร้องให้ผู้บริหารและบุคลากรในกระทรวงสาธารณสุข ยึดมั่นในความถูกต้อง กล้าตัดสินใจ และไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันจากอำนาจใด ๆ

ด้าน นางวงศ์จันทร์ จันทรยิ้ม ตัวแทนเครือข่ายผู้สูญเสียจากโควิด-19 กล่าวย้อนถึงสถานการณ์ช่วงปลายปี 2563 ที่เกิดการระบาดในชุมชนเคหะคลอง 9 ซึ่งเป็นชุมชนผู้มีรายได้น้อย ขาดทรัพยากรและการสนับสนุนจากรัฐ ขณะนั้นประชาชนเผชิญความยากลำบากอย่างหนัก ทั้งการขาดแคลนยา อาหาร อุปกรณ์ป้องกัน ชุดตรวจ และวัคซีน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

นางวงศ์จันทร์ ระบุว่า ในช่วงเวลาที่ระบบสาธารณสุขไม่สามารถรองรับสถานการณ์ได้อย่างเต็มที่ กลุ่มแพทย์ที่นำโดย นพ.สุภัทร และชมรมแพทย์ชนบท ได้เข้ามาช่วยตรวจคัดกรองประชาชนกว่า 2,000 คน แยกผู้ติดเชื้อ ส่งต่อเข้ารับการรักษา และจัดการสถานการณ์อย่างเร่งด่วน ทำให้สามารถลดความสูญเสียได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมตั้งคำถามว่า หากในวันนั้น นพ.สุภัทร เลือกดำเนินการตามขั้นตอนระบบที่ล่าช้า ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อชีวิตที่สูญเสียไป

ขณะที่ นายเจกะพันธ์ พรหมมงคล ผู้ประสานงานกลุ่มเพื่อนหมอสุภัทร กล่าวว่า การดำเนินการของกลุ่มแพทย์ชนบทในช่วงวิกฤติโควิด-19 เป็นการทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ภายใต้กรอบกฎหมายและระเบียบของรัฐ และควรได้รับการยกย่องมากกว่าการลงโทษ พร้อมระบุว่า กระบวนการสอบสวนและมติของ อ.ก.พ.สธ. ยังมีประเด็นที่สังคมตั้งข้อสงสัย ทั้งเรื่องความโปร่งใส ความเป็นธรรม และความเป็นไปได้ของการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง

ทั้งนี้ นายเจกะพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ก.พ. ในฐานะองค์กรกลางด้านการบริหารงานบุคคลภาครัฐ ควรยืนหยัดในหลักระบบคุณธรรม พิจารณากรณีของ นพ.สุภัทร อย่างรอบคอบ เป็นธรรม และคำนึงถึงข้อเท็จจริงในช่วงเวลาวิกฤติ เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของระบบราชการ และคุ้มครองบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละโดยเร็วที่สุด