เมื่อเวลา 00.15 น. วันที่ 31 มกราคม พ.ต.ท.บุญเชิด เชิดบารมี สว.(สอบสวน) สภ.อุทัย ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์เก๋งเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าริมถนน ก่อนเกิดไฟลุกไหม้ มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายใน เหตุเกิดบนถนนสาย 3056 ภาชี–อุทัย ช่วงทางเบี่ยงซ้าย มุ่งหน้าแยกไฟแดงอุทัย หมู่ 5 ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา
หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมประสานรถดับเพลิงจากองค์การบริหารส่วนตำบลคานหาม และเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์
ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋ง ฮอนด้า ซิตี้ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กว 8554 ลพบุรี เสียหลักชนอัดติดกับเสาไฟฟ้าริมถนน สภาพพังยับเยิน เกิดประกายไฟและลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ภายในรถพบคนขับถูกคอนโซลกดทับ ติดอยู่ภายในห้องโดยสาร
เจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์พยายามใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเข้าช่วยเหลือ แต่เนื่องจากเปลวไฟลุกลามอย่างรุนแรง ไม่สามารถนำผู้บาดเจ็บออกมาได้ เพลิงไหม้เกือบทั้งคัน รถดับเพลิงใช้เวลาประมาณ 30 นาทีจึงควบคุมเพลิงไว้ได้ ก่อนใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำร่างผู้เสียชีวิตออกมา พบถูกไฟคลอกไหม้เกรียมครึ่งตัว
จากการตรวจสอบเอกสารประจำตัวในกระเป๋าสะพายของผู้เสียชีวิต ทราบชื่อ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ภูมิลำเนาอยู่จังหวัดอุบลราชธานี ภายในรถยังพบอุปกรณ์ขายอาหาร อาทิ หม้อและถังแก๊ส ขณะเดียวกันพบว่าเครื่องยนต์รถกระเด็นหลุดเข้าไปภายในอาคารพาณิชย์ใกล้จุดเกิดเหตุ และมีชิ้นส่วนรถยนต์กระจัดกระจายเต็มพื้นถนน
นายณัฐพล อายุ 34 ปี เจ้าของอาคารพาณิชย์ ให้การว่า ขณะนอนหลับอยู่บนชั้นบน ได้ยินเสียงรถชนดังสนั่น จึงรีบลงมาดู พบว่าเครื่องยนต์รถกระเด็นเข้ามาอยู่บริเวณรั้วอาคาร และเกิดไฟลุกไหม้ ตนและภรรยาจึงใช้น้ำช่วยกันดับไฟเพื่อไม่ให้ลุกลามเข้าตัวอาคาร จากนั้นพยายามหาอุปกรณ์เข้าไปช่วยเหลือคนขับที่หมดสติติดอยู่ภายในรถ แต่ไม่สามารถงัดประตูออกได้ ก่อนที่ไฟจะลุกไหม้อย่างรวดเร็ว
ต่อมา เจ้าหน้าที่มูลนิธิและรถดับเพลิงเดินทางมาถึง ตนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ไม่สามารถช่วยผู้ประสบเหตุออกมาได้
ด้านนายฉัตรชัย เรืองโอชา เจ้าหน้าที่อาสาสมัคร เปิดเผยว่า เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุในช่วงแรก ผู้ขับขี่ยังไม่เสียชีวิต ได้ใช้ถังเคมีดับเพลิงเข้าควบคุมเพลิงเบื้องต้น และพยายามงัดประตูรถเพื่อช่วยเหลือ แต่เนื่องจากเปลวไฟรุนแรงมาก ไม่สามารถเปิดประตูได้ หากสามารถนำตัวออกมาได้ทัน คาดว่าผู้บาดเจ็บอาจรอดชีวิต แต่จะได้รับบาดเจ็บสาหัส
ต่อมาถังแก๊สที่อยู่ภายในรถเกิดการระเบิด จึงจำเป็นต้องกันเจ้าหน้าที่ออกจากพื้นที่ และเร่งนำถังแก๊สออก หลังรถดับเพลิงมาถึง เนื่องจากยังมีก๊าซรั่วไหล เจ้าหน้าที่พยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่ไม่เป็นผล ทั้งที่ในช่วงหนึ่งผู้ขับขี่ยังร้องขอความช่วยเหลืออยู่
ขณะที่ สิบเอกธงชัย โสภา อายุ 37 ปี เจ้าของรถ เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตเป็นลูกจ้างของตน ช่วยขายอาหารอยู่ที่ตลาดนัดหมู่บ้านดีดีแลนด์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ ช่วงเย็นวันเกิดเหตุยังช่วยกันขายของตามปกติ ก่อนที่ตนจะขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านมาก่อน เนื่องจากเป็นวันเกิดและต้องไปสวดมนต์ จึงให้ผู้เสียชีวิตเก็บร้านและขับรถกลับบ้านพักในพื้นที่อำเภอบางปะอิน
จนกระทั่งช่วงดึก ผู้เสียชีวิตยังไม่ถึงบ้าน โทรศัพท์ไม่สามารถติดต่อได้ กระทั่งมีเพื่อนโทรมาแจ้งว่า นายเอประสบอุบัติเหตุชนเสาไฟฟ้าเสียชีวิต เมื่อเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ ก็พบว่าลูกจ้างเสียชีวิตแล้ว
ทั้งนี้ นายเอเพิ่งมาทำงานได้ประมาณ 2 เดือน รับค่าแรงรายวัน เป็นคนขยัน เก็บเงินรายได้ส่งให้ภรรยาที่อยู่ต่างจังหวัด เพื่อเตรียมเข้าพิธีแต่งงานกันในเดือนมีนาคม อีกทั้งในวันหยุดยังมักขับรถพาแม่ไปเที่ยวและรับประทานอาหาร ทำให้ผู้เป็นนายจ้างรู้สึกเสียใจและสงสารกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณอาคาร พบภาพรถยนต์เก๋งขับมาด้วยความเร็ว ก่อนพุ่งชนเสาไฟฟ้าริมถนนอย่างแรง จนเครื่องยนต์กระเด็นเข้าไปในอาคารและเกิดประกายไฟ เจ้าของอาคารรีบออกมาดับไฟและพยายามช่วยเหลือผู้ขับขี่ทันที แต่ไม่สามารถช่วยได้ เนื่องจากไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้บันทึกภาพและเก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนมอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จังหวัดปทุมธานี เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ทีมข่าว จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงาน